
CHANGE (2008)
ซีรี่ย์ญี่ปุ่นซีรี่ย์ 2008สงครามการเมืองดราม่า
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- CHANGE
- ประเทศ
- ญี่ปุ่น
- ออกอากาศครั้งแรก
- 12 พฤษภาคม 2551
- จำนวนตอน
- 10 ตอน
- ความยาวต่อตอน
- ประมาณ 47 นาที
- สถานะ
- จบแล้ว
- ตอนล่าสุด
- EP10/10 (14 กรกฎาคม 2551)
- ช่อง/แพลตฟอร์มต้นทาง
- Fuji TV
เรื่องย่อ CHANGE
CHANGE เป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่น ปี 2008 มีทั้งหมด 10 ตอน สถานะจบแล้ว
ยังไม่มีเรื่องย่อภาษาไทย แสดงเรื่องย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษ
CHANGE is a Japanese television drama which aired on Fuji TV starting May 12, 2008.
CHANGE ดูได้ที่ไหน (ถูกลิขสิทธิ์)
ยังไม่พบข้อมูลผู้ให้บริการที่มีลิขสิทธิ์เรื่องนี้ในประเทศไทย ต้นทางออกอากาศทาง Fuji TV เราจะอัปเดตทันทีเมื่อมีแพลตฟอร์มนำเข้ามาฉาย
นักแสดง CHANGE
ทาคุยะ คิมูระรับบท Keita Asakura
深津絵里รับบท Rika Miyama
อาเบะ ฮิโรชิรับบท Katsutoshi Nirasawa
加藤ローサรับบท Hikaru Miyamoto
堀内敬子
中村敦夫รับบท Secretary General
神山繁
伊東四朗รับบท Reigning Prime Minister
寺尾聰รับบท Shoichi Kanbayashi
ซีซันและรายชื่อตอน
- CHANGE Season 110 ตอน · 12 พฤษภาคม 2551
รีวิว CHANGE จากทีมงาน
เจาะลึก CHANGE: เนื้อเรื่อง การสร้าง และเสียงวิจารณ์
นายกฯ (มือใหม่) หัวใจประชาชน (ญี่ปุ่น: チェンジ; อังกฤษ: Change) เป็นละครโทรทัศน์ของสถานีโทรทัศน์ฟูจิ โดยออกอากาศที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม ปีเดียวกัน และออกอากาศในประเทศไทยทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี เวลา 20.20 - 21.10 น. โดยเริ่มตอนแรกในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552 ออกอากาศตอนจบในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 และสองปีต่อมาทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้นำซีรีส์นี้นำกลับมาออกอากาศซ้ำอีกครั้ง โดยออกอากาศทุกวันจันทร์ - พุธ เวลา 20.20 - 21.10 น. ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เรื่องย่อ
นายกฯ (มือใหม่) หัวใจประชาชน เป็นเรื่องราวของ เคตะ อาซากูระ (แสดงโดย ทาคุยะ คิมุระ) ครูหนุ่มอายุ 35 ประจำชั้นประถม 5 ทายาทนักการเมืองชื่อดังของพรรคญี่ปุ่นก้าวหน้า (นิฮงเซยู) ผู้ไม่ประสีประสาเรื่องการเมืองเลยแม้แต่น้อย แต่กลับต้องพลิกผันชีวิตของตนเอง เนื่องจาก มาโคโตะ อาซากูระ บิดา และ มาซายะ อาซากูระ พี่ชาย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกระหว่างเดินทางกลับจากเวียดนาม
โชอิจิ คัมบายาชิ ประธานบริหารพรรค จึงมอบหมายให้ ริกะ มิยามะ (แสดงโดย เอริ ฟูกัตสึ) เลขานุการส่วนตัว ลงพื้นที่เพื่อสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเขต 12 จังหวัดฟูกูโอกะ โดยพยายามหว่านล้อมให้เคตะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยวิธีต่าง ๆ นานาถึงกระทั่งบอกว่าถ้าเคตะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งก็จะให้มารดาของอาซากูระลงสมัครแทน เมื่อถึงขั้นนี้เคตะจึงต้องยอมลงรับสมัครเลือกตั้ง และขอสัญญาจากมิยามะว่าถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็จะต้องไม่มายุ่งกับครอบครัวของเขาอีก
ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเคตะได้รับความช่วยเหลือจากนักวางแผนการเลือกตั้ง คัตสีโทชิ นิราซาวะ (แสดงโดย ฮิโรชิ อาเบะ) เป็นผู้วางแผนกลยุทธ์หาเสียงและปรับภาพลักษณ์ของเคตะซึ่งปกติมีผมหยิกต้องแต่งตัวใหม่ให้ดูภูมิฐานเหยียดผมตรง ดูเหมือนนักการเมืองมืออาชีพ คะแนนนิยมของเขาตีตื้นคู่แข่งขึ้นมาเรื่อย ๆ ด้วยความที่เป็นคนหนุ่มหน้าตาดีและบารมีของบิดาที่เป็นอดีตผู้แทนในเขตดังกล่าว อย่างไรก็ตามในวันก่อนการเลือกตั้งปรากฏว่ามีข่าวหนังสือพิมพ์โจมตีบิดาของเคตะที่เสียชีวิตว่ารับเงินนอกกฎหมายเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความนิยมของเคตะในหมู่ประชาชนอย่างรุนแรง
ในการกล่าวคำปราศัยครั้งสุดท้ายของเขาทางผู้สนับสนุนบอกให้เคตะปฏิเสธกรณีดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงและตั้งข้อสงสัยฝ่ายตรงข้ามในการปล่อยข่าวเพื่อทำลายคู่แข่งอย่างสกปรก แต่เมื่อเคตะขึ้นเวทีปราศัยท่ามกลางสายตาประชาชนที่สบประมาทว่าเขาเป็นลูกนักการเมืองฉ้อฉลและเขาเองก็เป็นคนอย่างเดียวกันกับบิดา เคตะกล่าวว่า ก่อนหน้าหน้านี้เขาอาจรู้สึกเสียใจที่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่วันนี้เขาไม่เสียใจเลย เพราะอย่างน้อยเขาก็มีโอกาสที่จะได้กล่าวขอโทษแทนบิดาที่ล่วงลับไปแล้วสำหรับการทรยศต่อประชาชนที่ได้ให้ความไว้วางใจไปรับเงินนอกกฎหมาย เขาเล่าถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เขาเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วไปถามบิดาว่าจริงหรือไม่ บิดาเขาไม่สบสายตาและพูดว่า "การเมืองมันมีค่าใช้จ่ายสูง" เคตะยังกล่าวอีกว่า ในฐานะครูเขาไม่อยากสอนเด็กว่าสิ่งชั่วร้ายเป็นสิ่งที่จำเป็นในโลกใบนี้ คำปราศรัยของเขาจากสายตามิยามะและคณะผู้สนับสนุนคือความล้มเหลว
อย่างไรก็ตามนิราซาวาได้ส่งเทปการปราศัยครั้งสุดท้ายของเคตะไปยังสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเพื่อออกอากาศไปทั่วเขตเลือกตั้งในคืนก่อนวันเลือกตั้ง ในสายตาของนิราซาวาการก้มศีรษะขอโทษของเคตะ เป็นการก้มหัวขอโทษของนักการเมืองที่จริงใจที่สุดที่เขาได้เคยพบเห็นมาจากประสบการณ์ของนักวางแผนการเลือกตั้งที่ประสบชัยชนะแล้วนับร้อยครั้งทั่วประเทศญี่ปุ่น ผลการนับคะแนนเลือกตั้งพลิกผันอย่างไม่คาดฝัน สถานีโทรทัศน์ต้องประกาศขออภัยและแก้ไขผลการเลือกตั้งที่รายงานไปก่อนหน้านั้นและประกาศว่าอาซากูระคือผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นตัวแทนของชาวฟูกูโอะกะด้วยคะแนนที่เฉียดฉิว จากนั้นอาซากูระก็กลายเป็นที่สนใจอย่างยิ่งของสาธารณชน เนื่องจากเป็นคนหนุ่มอายุน้อยมีหน้าตาและบุคลิกภาพดีจึงได้รับฉายา "เจ้าชายรัฐสภา" จากสื่อมวลชน
หลังจากนั้น อุไค ทาเคฮิโกะ หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากถูกเปิดโปงเรื่องชู้สาว คัมบายาชิจึงผลักดันคนที่ไม่รู้เรื่องการเมืองมากนักอย่างอาซากูระ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น เพราะเชื่อว่าอาซากูระจะบริหารงานไม่เป็น จะเป็นหุ่นเชิดให้ตัวเองได้ และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวงการเมือง ซึ่งกำลังประสบกับวิกฤตศรัทธาของประชาชน (ครั้งหนึ่งแพทย์ประจำตัวนายกรัฐมนตรีพลั้งปากพูดไปว่าอัตราความนิยมของรัฐบาลลดน้อยต่ำไปกว่าภาษีเสียอีก) ด้วยการนี้เองคัมยายาชิจึงเห็นประโยชน์ในตัวเคตะที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันการเมืองและพรรคของเขา คัมบายาชิได้เสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้เคตะโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว คัมบายะชิได้เลือกเฟ้นคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทุจริตรับเงินจากบริษัทเอกชนเมื่อหลายสิบปีก่อนร่วมกับบิดาของอาซากูระมาเป็นคณะรัฐมนตรี เหมือนเป็นระเบิดเวลาที่คัมบายาชิจะหยิบมาใช้เมื่อใดก็ได้ และทำให้ตนเองขึ้นสู่ตำแหน่งได้อย่างชอบธรรม
อย่างไรก็ตามเมื่ออาซากูระได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็มุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ หรือแม้แต่ปัญหาเล็ก ๆ ของชาวบ้านในท้องถิ่น เพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดียิ่งขึ้น และกระตุ้นเตือนสังคม สร้างสรรค์การเมืองในรูปแบบใหม่อย่างที่ใฝ่ฝัน อาซากูระทุ่มเททำงานอย่างนักถึงกับอดหลับอดนอนติดต่อกันหลายคืนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อปฏิบัติตามคำมั่นที่ได้ให้ไว้กับประชาชนตอนหาเสียงเมื่อครั้งรับสมัครเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค
การที่อาซากูระไม่เป็นหุ่นเชิดตามที่คัมบายะชิวางแผนไว้ ทำให้คัมบายาชิต้องใช้แผนการที่วางไว้เพื่อทำลายอาซากูระลง โดยหวังว่าอาซากูระจะลาออก แต่ระหว่างที่ตอบกระทู้ถามของคัมบายะชิในสภานั้นอาซากูระหมดสติล้มลงกลางสภาเสียก่อนเพราะตรากตรำทำงานหนักและถูกกดดันจากข้อกระทู้ถาม ระหว่างนี้เอาซากูระได้ผักผ่อนอยู่ที่โรงพยาบาลและได้ตั้งผู้รักษาการแทนไว้ก่อน เมื่ออาซากูระหายดีแล้วกลับมาทำงานได้จึงประกาศยุบสภา และได้ออกอากาศสดถึงประชาชนญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก (ในเรื่องกล่าวว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น) ในคำปราศรัยครั้งสุดท้ายก่อนประกาศยุบสภานั้น อาซากูระเน้นถึงความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมของประชาชน อาซากูระต้องการกระตุ้นให้ประชาชนมาสนใจการเมือง ไม่นิ่งเฉยหรือเบื่อหน่ายต่อการเมือง
ระหว่างที่เนื้อเรื่องดำเนินไปนั้น อาซากูระได้พบกับมิยามะ เลขานุการสาวของคัมบายาชิที่เคยเป็นข้าราชการกระทรวงการคลัง เธอลาออกจากกระทรวงมาทำงานกับคัมบายาชิด้วยความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักการเมืองเพื่อรับใช้ประชาชน อาซากูระได้แรงบันดาลใจและพึ่งพามันสมองจากเลขาผู้นี้ตลอดการดำรงตำแหน่งของเขา คัมบายาชิมอบหมายให้เธอติดตามอาซากูระมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกของเขาที่ฟูกูโอกะ และมาเป็นเลขานุการสมาชิกรัฐสภา จนกระทั่งเป็นเลขานุการของนายกรัฐมนตรีในที่สุด
เมื่อคัมบายาชิตัดสินใจที่จะนำอาซากูระลงจากตำแหน่งจึงได้เรียกตัวมิยามะกลับมาทำงานด้วย เธอกลับปฏิบัติตามคำสั่งกลับไปทำงานด้วย แต่ต่อมาภายหลังเมื่อเธอพบว่าคัมบายาชิมิใช่นักการเมืองที่มีความมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน หวังเพียงประโยชน์ส่วนตนที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ใช้วิธีการสกปรกเอาเงินงบลับของคณะรัฐมนตรีไปใช้ในการซื้อเสียงสมาชิกสภาเพื่อให้ต่อต้านร่างกฎหมายที่อาซากูระเสนอ ซ้ำยังกลับคำพูดที่ให้ไว้กับอาซากูระ และใส่ร้ายเคตะต่อหน้าสื่อมวลชนว่าอาซากูระเอาแต่ใจกลายเป็นเผด็จการจนคัมบายาชิต้องออกจากตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มิยามะจึงตัดสินใจกลับมาร่วมงานกับอาซากูระ และในท้ายที่สุดอาซากูระก็ขอให้เธออยู่เคียงข้างเขาตลอดไป ไม่ใช่แค่ในหน้าที่การงาน
การเชื่อมโยงละครกับสถานการณ์การเมืองร่วมสมัย
ในเนื้อเรื่องได้กล่าวถึงการเมืองในประเทศต่าง ๆ ทั้งในแง่ที่มีวิกฤตศรัทธาของประชาชนต่อการเมืองแบบเก่าๆ ประชาชนขาดความสนใจและการมีส่วนร่วมกับภาคการเมือง และกล่าวถึงการที่คนหน้าใหม่เข้ามาสู่วงการทางการเมืองและลงชิงชัยในตำแหน่งสำคัญๆ อาทิเช่น บารัก โอบามา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อ ค.ศ. 2008 ซึ่งเปิดตัวด้วยสโลแกน Change เช่นเดียวกับชื่อเรื่อง ซึ่งมีภาพลักษณ์ในลักษณะเดียวกับตัวละครเอกในเรื่อง คือเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ และต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้น
สำหรับการออกอากาศในประเทศไทยครั้งแรกในเดือนเมษายน–พฤษภาคม พ.ศ. 2552 อยู่ช่วงที่กำลังเกิดวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศพอดี จนส่งผลให้ผู้ชมชาวไทวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวละครอาซากูระว่ามีลักษณะบางอย่างคล้ายกับนักการเมืองบางคนในประเทศไทย เช่น มีแนวความคิดที่ก้าวหน้า ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างไม่ถือตัว และทำหน้าที่บริหารงานระดับประเทศโดยไม่ทุจริต
เนื้อหาส่วนนี้มาจากบทความ "นายกฯ (มือใหม่) หัวใจประชาชน" ในวิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 (creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0) มีการตัดส่วนอ้างอิงและจัดรูปแบบใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CHANGE
CHANGE มีกี่ตอน?
CHANGE มีทั้งหมด 10 ตอน สถานะปัจจุบัน: จบแล้ว
CHANGE ฉายวันไหน?
CHANGE เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 12 พฤษภาคม 2551
CHANGE ดูได้ที่ไหน?
ขณะนี้ยังไม่พบแพลตฟอร์มที่มีลิขสิทธิ์ CHANGE ในประเทศไทย
หมวดแนะนำ: ซีรี่ย์ไทยใหม่ · เรื่องถัดไป: Saving My Stupid Youth วัยใส...หัวใจมิตรภาพ
ซีรี่ย์ที่คล้ายกับ CHANGE
จบแล้ว 40 ตอน★ 7.1TURN: Washington's Spies (2014)
จบแล้ว 4 ตอน★ 6.1New Worlds (2014)
จบแล้ว 6 ตอน★ 6.2Traitors เธอ... ผู้ทรยศ (2019)
EP10/10★ 8.4Shōgun โชกุน (2024)
จบแล้ว 10 ตอน★ 7.8The Pacific เดอะ แปซิฟิก สมรภูมิวีรบุรุษ (2010)
จบแล้ว 7 ตอน★ 7.4The Hollow Crown (2012)
จบแล้ว 12 ตอน★ 7.9War and Remembrance (1988)
จบแล้ว 26 ตอน★ 7.5Tell Me Lies (2022)
จบแล้ว 24 ตอน★ 8.2Akame ga Kill! อาคาเมะ สวยสังหาร (2014)
จบแล้ว 10 ตอน★ 8.6Band of Brothers กองรบวีรบุรุษ (2001)
จบแล้ว 2 ตอน★ 6.9The Comey Rule (2020)
★ 7.5