
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ (1989)
การ์ตูนแอนิเมชันซีรี่ย์ 1989แอนิเมชันตลก
- ชื่อไทย
- เดอะ ซิมป์สันส์
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- The Simpsons
- ประเทศ
- สหรัฐอเมริกา
- ออกอากาศครั้งแรก
- 17 ธันวาคม 2532
- จำนวนตอน
- 806 ตอน (38 ซีซัน)
- ความยาวต่อตอน
- ประมาณ 21 นาที
- สถานะ
- ยังฉายอยู่
- ตอนล่าสุด
- EP2/5 (4 ตุลาคม 2569)
- ตอนถัดไป
- 18 ตุลาคม 2569
- ช่อง/แพลตฟอร์มต้นทาง
- FOX
- ผู้สร้าง
- แม็ตต์ เกรนิง
- เรตผู้ชม
- TV-14
- คะแนน TMDB
- 8.0/10 (11,068 โหวต)
เรื่องย่อ The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ เป็นการ์ตูนแอนิเมชัน ปี 1989 มีทั้งหมด 806 ตอน สถานะยังฉายอยู่
เนื้อเรื่องตลกเสียดสีวิถีชีวิตชนชั้นกลางของชาวอเมริกัน โดยผ่านตัวละครในครอบครัวคือ โฮเมอร์, มาร์จ, บาร์ต, ลิซา และ แม็กกี โดยมีเนื้อหาเกิดที่เมืองที่ชื่อ สปริงฟิลด์ ที่ถากถางมุมมองของสังคมมนุษย์ วัฒนธรรมอเมริกัน สังคมทั้งหมดและวงการโทรทัศน์
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ดูได้ที่ไหน (ถูกลิขสิทธิ์)
ยังไม่พบข้อมูลผู้ให้บริการที่มีลิขสิทธิ์เรื่องนี้ในประเทศไทย ต้นทางออกอากาศทาง FOX เราจะอัปเดตทันทีเมื่อมีแพลตฟอร์มนำเข้ามาฉาย
นักแสดง The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์
แดน แคสเทลลาเนตารับบท Homer Simpson / Abe Simpson / Barney Gumble / Krusty the Clown / Groundskeeper Willie / Mayor Quimby (voice)
Julie Kavnerรับบท Marge Simpson / Patty Bouvier / Selma Bouvier / Jacqueline Bouvier (voice)
Nancy Cartwrightรับบท Bart Simpson / Maggie Simpson / Nelson Muntz / Ralph Wiggum (voice)
Yeardley Smithรับบท Lisa Simpson / Maggie Simpson (voice)
แฮงค์ อาซาเรียรับบท Moe Szyslak / Chief Wiggum / Apu / Comic Book Guy / Carl Carlson / Superintendent Chalmers (voice)
Harry Shearerรับบท Ned Flanders / Mr. Burns / Smithers / Principal Skinner / Lenny Leonard (voice)
Pamela Haydenรับบท Milhouse Van Houten / Announcer (voice)
Tress MacNeilleรับบท Slimu Host / Agnes Skinner (voice)
Marcia Wallaceรับบท Edna Krabappel (voice)
Maggie Roswellรับบท Maude Flanders / Helen Lovejoy (voice)
Chris Edgerlyรับบท Parrot / Marlin (voice)
Karl Wiedergottรับบท Rick (voice)
ซีซันและรายชื่อตอน
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 113 ตอน · 17 ธันวาคม 2532
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 222 ตอน · 11 ตุลาคม 2533
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 324 ตอน · 19 กันยายน 2534
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 422 ตอน · 24 กันยายน 2535
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 522 ตอน · 30 กันยายน 2536
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 625 ตอน · 4 กันยายน 2537
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 725 ตอน · 17 กันยายน 2538
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 825 ตอน · 27 ตุลาคม 2539
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 925 ตอน · 21 กันยายน 2540
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1023 ตอน · 23 สิงหาคม 2541
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1122 ตอน · 26 กันยายน 2542
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1221 ตอน · 1 พฤศจิกายน 2543
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1322 ตอน · 6 พฤศจิกายน 2544
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1422 ตอน · 3 พฤศจิกายน 2545
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1522 ตอน · 2 พฤศจิกายน 2546
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1621 ตอน · 7 พฤศจิกายน 2547
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1722 ตอน · 11 กันยายน 2548
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1822 ตอน · 10 กันยายน 2549
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 1920 ตอน · 23 กันยายน 2550
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2021 ตอน · 28 กันยายน 2551
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2123 ตอน · 27 กันยายน 2552
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2222 ตอน · 26 กันยายน 2553
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2322 ตอน · 25 กันยายน 2554
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2422 ตอน · 30 กันยายน 2555
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2522 ตอน · 29 กันยายน 2556
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2622 ตอน · 28 กันยายน 2557
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2722 ตอน · 27 กันยายน 2558
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2822 ตอน · 25 กันยายน 2559
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 2921 ตอน · 1 ตุลาคม 2560
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3023 ตอน · 30 กันยายน 2561
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3122 ตอน · 29 กันยายน 2562
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3222 ตอน · 27 กันยายน 2563
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3322 ตอน · 26 กันยายน 2564
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3422 ตอน · 25 กันยายน 2565
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3518 ตอน · 1 ตุลาคม 2566
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ซีซั่น 3618 ตอน · 29 กันยายน 2567
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ Season 3715 ตอน · 28 กันยายน 2568
- The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ Season 385 ตอน · 27 กันยายน 2569
รีวิว The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ จากทีมงาน
เจาะลึก The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์: เนื้อเรื่อง การสร้าง และเสียงวิจารณ์
เดอะซิมป์สันส์ (อังกฤษ: The Simpsons) เป็นรายการการ์ตูนซิตคอมในสหรัฐอเมริกา สร้างโดย แม็ตต์ เกรนิง สำหรับ บริษัทฟ็อกซ์บรอดแคสติง มีเนื้อเรื่องตลกเสียดสีวิถีชีวิตชนชั้นกลางของชาวอเมริกัน โดยผ่านตัวละครในครอบครัวคือ โฮเมอร์, มาร์จ, บาร์ต, ลิซา และ แม็กกี โดยมีเนื้อหาเกิดที่เมืองที่ชื่อ สปริงฟิลด์ ที่ถากถางมุมมองของสังคมมนุษย์ วัฒนธรรมอเมริกัน สังคมทั้งหมดและวงการโทรทัศน์
แนวความคิดเรื่องตัวละครเกิดจากเกรนิง ก่อนที่เขาจะนำไปสร้างขึ้นเป็นตอนสั้น ๆ โดยผู้สร้าง เจมส์ แอล. บรูกส์ โดยเกรนิงยังสร้างแคแรกเตอร์ครอบครัวที่ดูผิดปกตินี้โดยตั้งชื่อสมาชิกจากครอบครัวของเขาเอง แต่เปลี่ยนชื่อบาร์ตสำหรับชื่อจริงของเขาเอง ตอนสั้น ๆ นั้นเป็นส่วนหนึ่งในรายการที่ชื่อว่า เดอะ เทรซีย์ อุลแมน โชว์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1987 หลังจากออกฉายได้ 3 ฤดูกาล แบบร่างต่าง ๆ เริ่มพัฒนาสู่รายการในช่วงไพรม์ไทม์ จำนวนเวลาครึ่งชั่วโมงและได้รับความนิยมในสถานีฟ็อกซ์ และเป็นรายการซีรีส์ของช่องฟ็อกซ์ที่สามารถติดอันดับ 1 ใน 30 อันดับที่มีผู้ชมมากที่สุดในฤดูกาลนั้น (ปี ค.ศ. 1992-1993)
หลังจากออกฉายซีรีส์ครั้งแรกเมื่อ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1989 ก็มียอดออกอากาศ 420 ตอนกับ 20 ฤดูกาล และยังจะเริ่มฤดูกาลใหม่อีกในฤดูใบไม้ร่วงในปี ค.ศ. 2008 ส่วนภาพยนตร์ The Simpsons Movie ออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกเมื่อวันที่ 26 และ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 มีรายได้รวม 526.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงวันนี้
เดอะซิมป์สันส์ยังได้รับรางวัลอีกมากมาย รวมถึง 23 รางวัลเอ็มมี, 26 รางวัลแอนนี และรางวัลพีบอดี และในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999 นิตยสารไทม์พาดหัวข้อว่าเป็น รายการโทรทัศน์ซีรีส์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 และในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2000 ยังได้รับรางวัลใน ฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม อีกด้วย เดอะซิมป์สันส์ยังถือว่าเป็นรายการซิตคอมที่อยู่ยืนยาวที่สุด และเป็นรายการแอนิเมชันของอเมริกาที่ฉายยาวนานที่สุด ส่วนเสียงรำคาญของโฮเมอร์ที่ตะคอกว่า "D'oh!" ก็ได้นำมาบรรจุในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ขณะที่เดอะซิมป์สันส์ มีอิทธิพลต่อการ์ตูนซิตคอมสำหรับผู้ใหญ่อยู่หลายเรื่อง
จุดกำเนิด
โกรนิงมีไอเดียเกี่ยวกับเดอะซิมป์สันส์ที่ล็อบบี้ในออฟฟิสของเจมส์ แอล บรูกส์ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดัง บรูกส์แนะนำให้โกรนิงเสนอความคิดนี้เป็นซีรีส์แอนิเมชันเรื่องสั้น ซึ่งตอนแรกโกรนิงตั้งใจว่าจะใส่ในการ์ตูนเรื่อง Life in Hell ของเขา แต่อย่างไรก็ตามโกรนิงก็นึกได้ว่าถ้านำมาใส่ใน Life in Hell จะต้องยกเลิกลิขสิทธิ์ในการพิมพ์ในงาน Life in Hell นี้ โดยเขาเลือกที่จะสร้างในลักษณะครอบครัวที่ผิดปกตินี้ เขาตั้งชื่อตัวละครตามสมาชิกในครอบครัวของเขา ยกเว้น "บาร์ต" ที่ไม่ได้มาจากชื่อเขา
โชว์ครอบครัวเดอะซิมป์สันส์ ปรากฏตัวครั้งแรกในรูปแบบเรื่องสั้นในรายการเดอะ เทรซีย์ อุลแมน โชว์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1989 โกรนิงสเก็ตช์แบบร่างให้นักสร้างแอนิเมชันโดยคาดหวังว่ารูปลักษณ์ต่าง ๆ จะมีการขัดเกลาในภาคงานผลิต แต่นักสร้างแอนิเมชันได้แกะจากภาพร่างของเขา ซึ่งทำให้ได้ภาพหยาบ ๆ สำหรับตัวละครในตอนสั้น ๆ นี้
ในปี ค.ศ. 1989 ทีมงานสร้างดัดแปลง เดอะซิมป์สันส์ สู่รูปแบบซีรีส์ครึ่งชั่วโมงเพื่อออกอากาศทางช่องฟ็อกซ์ มีทีมจากคลาสกีชัปโปแอนิเมชันเฮาส์ โดยจิม บรูกส์ต่อรองเงื่อนไขในสัญญากับฟ็อกซ์เน็ตเวิร์กเพื่อป้องกันไม่ให้ทางฟ็อกซ์เข้ามาก้าวก่ายเนื้อหาของรายการ โกรนิงบอกว่าเป้าหมายของเขาในการสร้างโชว์มาเพื่อเป็นทางเลือกอื่นให้กับผู้ชม ที่เขาเรียกว่า "ขยะในกระแส" ที่ผู้ชมตอนนั้นบริโภคอยู่ ซีรีส์รูปแบบครึ่งชั่วโมงนี้ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1989 ที่ชื่อตอนว่า "Simpsons Roasting on an Open Fire" เป็นตอนพิเศษในช่วงคริสต์มาส แต่ตอนที่ชื่อว่า "Some Enchanted Evening" เป็นตอนยาวตอนแรกที่ผลิตขึ้น แต่ไม่ได้ออกอากาศจนกระทั่งในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1990 เนื่องจากติดปัญหาการทำแอนิเมชัน
เดอะซิมป์สันส์ เป็นรายการทีวีซีรีส์ รายการแรกทางช่องฟ็อกซ์เน็ตเวิร์กที่สามารถติดอันดับ ใน 30 อันดับแรกของเรตติงการชม ด้วยความสำเร็จทางฟ็อกซ์จึงได้นำซีรีส์กลับมาฉายใหม่อีกเพื่อแข่งกับรายการเดอะคอสบีโชว์ แต่การเปลี่ยนนี้ก็ทำให้เรตติงของเดอะซิมป์สันส์ลดลง ในปี 1992 เทรซีย์ อุลล์แมนยื่นฟ้องกับฟ็อกซ์ โดยอ้างว่ารายการของเธอเป็นต้นกำเนิดของความสำเร็จซีรีส์นี้ โดยพูดว่าเธอมีสิทธิ์ที่จะได้รับผลประโยชน์จาก เดอะซิมป์สันส์ แต่ข้อหาก็ตกลงไป
ตัวโชว์มีข้อขัดแย้งตั้งแต่เริ่มต้น ตัวละครหัวดื้ออย่าง บาร์ต ที่มักจะไม่ได้รับการลงโทษจากพฤติกรรมพิลึกพิลั่น ทำให้ผู้ปกครองและพวกหัวอนุรักษ์ชี้ให้เห็นว่าบาร์ตมีลักษณะไม่น่าควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช พูดว่า "เราต้องทำให้ครอบครัวชาวอเมริกันแข็งแรงกว่านี้ ให้เหมือนกับครอบครัววอลตันส์และไม่ให้เหมือนกับเดอะซิมป์สัน" โรงเรียนรัฐบาลหลายแห่งแบนสินค้าที่เกี่ยวกับครอบครัวซิมป์สันส์ ทีเชิร์ต อย่างเช่น เสื้อที่เขียนว่า "เด็กคะแนนต่ำสุดในห้อง (และวงเล็บว่า ภูมิใจซะ)" แต่ถึงแม้จะมีการแบน แต่สินค้าต่าง ๆ ก็อย่างขายได้ดีอยู่ มียอดขาย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 14 เดือนแรกของการขาย
ผู้อำนวยการสร้าง
แม็ตต์ โกรนิงและเจมส์ แอล. บรูกส์ รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างตั้งแต่เริ่ม และทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านความคิดสร้างสรรค์ ส่วนแซม ไซมอน รับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายความคิดสร้างสรรค์สำหรับ 4 ฤดูกาลแรก แต่ยังคงได้เครดิตเป็นผู้อำนวยการสร้างถึงแม้จะไม่ได้ทำงานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 อีกตำแหน่งที่มีส่วนสำคัญคือ โชว์รันเนอร์ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการเขียน การจัดการภาคผลิตของโชว์ของทั้งฤดูกาลนั้น
การเขียนบท
ทีมงานเขียนบท เดอะซิมป์สันส์ ประกอบด้วยนักเขียน 16 คน ที่จะเสนอแนวคิดทุกช่วงต้นเดือนธันวาคม นักเขียนหลักแต่ละตอนจะเขียนแบบร่างแรก จากนั้นจะมีกลุ่มมาร่วมกันเขียนใหม่และพัฒนาบท โดยจะสอดแทรกหรือลดมุกตลก เพิ่มฉาก และจะเรียกมาอ่านอีกครั้งโดยผู้พากย์เสียง หัวหน้าของกลุ่มนี้คือ จอร์จ เมเยอร์ ที่พัฒนาโชว์มาตั้งแต่ฤดูกาลที่ 1 และนักเขียนอีกคน จอน วิตติ และเมเยอร์เอง ได้คิดคำพูดที่ดีที่สุดในแต่ละตอน ถึงแม้ว่านักเขียนบทในตอนนั้น ๆ จะได้รับเครดิตไป แต่ละตอนใช้เวลาทำถึง 6 เดือน เนื้อหาจึงมักไม่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บางตอนที่มีการวางแผนระยะยาวอย่างโอลิมปิกหรือซูเปอร์โบวล์ก็มีปรากฏมาบ้าง
จอห์น สวาตซ์เวลเดอร์ กับเครดิตในการเขียนกว่า 60 ตอน ที่ถือว่าเขียนบทมากที่สุดในทีมงาน หนึ่งในนักเขียนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่งคือ โคนัน โอ'เบรียน ที่ช่วยเขียนอยู่หลายตอนในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ก่อนที่จะไปทำงานทอล์คโชว์ ริกกี้ เกอร์เวส นักแสดงตลกชาวอังกฤษได้เขียนบทในตอนที่ชื่อ "Homer Simpson, This Is Your Wife" ถือเป็นคนดังคนแรกที่ได้เขียนบทและรับเชิญเป็นแขกในตอนของ เดอะซิมป์สันส์
ปลายปี ค.ศ. 2007 นักเขียนบทจาก เดอะซิมป์สันส์ ร่วมประท้วงสมาคม เดอะไรเตอร์สไกด์ออฟอเมริกา ฝั่งตะวันออก โดยนักเขียนได้ร่วมกับสมาคมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ผลของการประท้วงนี้จะมีผลต่อ 23 ตอนในฤดูกาลที่ 19
เสียงพากย์
เครดิตผู้ให้เสียงในแต่ละตอน ทางฟ็อกซ์และทีมงานสร้างต้องการที่จะเก็บความลับชื่อผู้ให้เสียงพากย์ตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ฉาย ดังนั้นในการบันทึกเสียงพวกเขาจะปฏิเสธในการถ่ายรูปศิลปินที่จะมาบันทึกเสียงพากย์ อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดก็มีกาเครดิตบทบาทนักแสดงที่ร่วมในตอน "Old Money" เพราะโปรดิวเซอร์พูดว่า ผู้ให้เสียงนักแสดงควรได้รับเครดิตสำหรับการทำงาน
เดอะซิมป์สันส์ มีตัวละครหลักอยู่ 6 ตัว แดน แคสเทลลาเนตารับบทเป็น โฮเมอร์ ซิมป์สัน, อับราฮัม ซิมป์สัน, ครัสตี เดอะ คลาวน์, และตัวละครผู้ชายผู้ใหญ่ จูลี คาฟเนอร์ ให้เสียงของ มาร์จ ซิมป์สัน และ แพ็ตตี บูวีเยร์ และ เซลมา บูวีเยร์ และตัวละครประกอบอีกหลายตัว แนนซี คาร์ตไรต์ ให้เสียง บาร์ต ซิมป์สัน, ราล์ฟ วิกกัม และตัวละครเด็ก ๆ อื่น ๆ เยิร์ดเลย์ สมิธ ให้เสียง ลิซา ซิมป์สัน เป็นคนเดียวให้ให้เสียงตัวละครเพียงตัวเดียว ยังมีนักพากย์เสียง 2 คนที่พากย์เสียงตัวละครนอกครอบครัวซิมป์สันส์ อย่าง แฮงก์ อาซาเรีย ให้เสียงอย่าง โม ซิซแลค, ผู้กองวิกกัม และ อาปู นหสปีมเปติโลน อีกคนหนึ่งคือ แฮร์รี เชียร์เรอร์ ให้เสียงกับ มิสเตอร์เบิร์นส, สมิตเธอร์ส, ครูใหญ่สกินเนอร์, เน็ด แฟลนเดอร์ส, ศาสนจารย์เลิฟจอย และ จูเลียส ฮิบเบิร์ท นอกจากนี้ตัวละครทุกตัวยังรับรางวัลเอมมีสาขาผู้ให้เสียงยอดเยี่ยมอีกด้วย (ยกเว้น แฮร์รี เชียร์เรอร์ คนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้รับรางวัล)
จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1998 ผู้ให้เสียงพากย์ 6 คนได้รับเงินค่าตอบแทน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตอน ในปี 1998 พวกเขามีข้อโต้แย้งกับทางฟ็อกซ์ ทางบริษัทขู่ว่าจะรับนักพากย์ใหม่ ถึงขนาดจะเตรียมการแคสต์เสียงนักพากย์ใหม่ โกรนิงเองในฐานะผู้สร้างก็เข้ามาช่วยเหลือพวกเขา และปัญหาดังกล่าวก็ยุติไป โดยในระหว่างปี ค.ศ. 1998-2004 พวกเขาได้รับค่าตอบแทนเป็น 125,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตอน และรายการก็เติบโตด้วยยอดขายดีวีดีเพิ่มมากขึ้น จากนั้นเมษายน ค.ศ. 2004 พวกเขาเรียกร้องเงิน 360,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตอน และก็สามารถตกลงกันได้อีก 1 เดือนต่อมา และเงินเดือนพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 360,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตอน ต่อมาในปี ค.ศ. 2008 การสร้างฤดูกาลที่ 20 ก็ถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากสัญญาใหม่ที่นักพากย์เสียงต้องการให้ได้เงินจำนวนใกล้ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตอน แต่ก็ตกลงกันได้ที่ เพิ่มเงินเดือนเป็น 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตอน
ในแต่ละตอนของมักจะมีแขกรับเชิญ ตั้งแต่ นักแสดง นักกีฬา นักประพันธ์ วงดนตรี นักดนตรี และนักวิทยาศาสตร์ ในช่วงฤดูกาลแรก ๆ แขกรับเชิญส่วนใหญ่จะรับบทเป็นตัวเอง โทนี เบ็นเน็ตต์ เป็นแขกรับเชิญคนแรกที่รับบทเป็นตัวเอง ปรากฏตัวในฤดูกาลที่ 2 กับตอนที่ชื่อว่า "Dancin' Homer" เดอะซิมป์สันส์ ยังสร้างสถิติโลกคือ "เป็นรายการซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่มีแขกรับเชิญมากที่สุด"
รายการยังได้มีการแปลเป็นหลากหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เยอรมัน สเปน และโปรตุเกส และบางส่วนทั้งภาษาฝรั่งเศส และ ภาษาฝรั่งเศสควิเบก เดอะซิมป์สันส์ออกอากาศในภาษาอาราบิก แต่เนื่องอาจมีผลต่อความเชื่อศาสนาอิสลาม บางตอนจึงมีการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่น โฮเมอร์กินโซดา แทนกินเบียร์ และกินไส้กรอกเนื้ออียิปต์แทนกินฮ็อตด็อก และด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้เอง จึงได้กระแสตอบรับทางด้านลบจากแฟนพันธุ์แท้ของ เดอะซิมป์สันส์ เองในภูมิภาคนี้
แอนิเมชัน
การทำภาพแอนิเมชันใน เดอะซิมป์สันส์ ว่าจ้างสตูดิโอทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ในการสร้างแอนิเมชันตอนสั้น ๆ ที่ออกในรายการเดอะ เทรซีย์ อุลแมน โชว์ ใช้ทีมงานภายในประเทศที่ชื่อ คลาสกีชัปโป กับการปรากฏตัวในรูปแบบซีรีส์ อันเนื่องด้วยงานล้น ทำให้ฟ็อกซ์ว่าจ้างบริษัทผลิตงานสตูดิโอนอกประเทศหลายสตูดิโอ อย่างในเกาหลีใต้ ศิลปินจากสตูดิโอในอเมริกาที่ชื่อ ฟิล์ม โรมัน จะวาดสตอรีบอร์ด ออกแบบตัวละครใหม่ ฉากหลัง อุปกรณ์ประกอบฉาก ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เคลื่อนไหวให้ผู้เขียนอีกต่อที่ กราซี ฟิล์มส ในการปรับปรุงเพิ่มเติม ก่อนที่จะส่งข้ามทะเลออกไป ส่วนสตูดิโอนอกประเทศจะวาดโดยใช้หมึกและลงสี จากนั้นทำแอนิเมชันให้เคลื่อนไหวลงเทป และส่งเทปกลับสหรัฐอเมริกา มาที่ฟ็อกซ์ 3-4 เดือนหลังจากส่งไป
ใน 3 ฤดูกาลแรก คลาสกีชัปโปทำแอนิเมชันในสหรัฐอเมริกา ในปี 1992 ได้เปลี่ยนบริษัทโพรดักชัน จาก กราซีฟิล์มส์ เป็น ฟิล์ม โรมัน ซึ่งยังคงทำแอนิเมชันของรายการจนถึงปี ค.ศ. 2008
ในฤดูกาลที่ 14 ทีมสร้างได้เปลี่ยนวิธีการทำแอนิเมชันดั้งเดิมมาเป็นการใช้หมึกดิจิตอลและการสีดิจิตอลแทน โดยในตอนแรกที่ได้ทดลองใช้สีดิจิตอลคือ ตอนที่ชื่อ "Radioactive Man" ในปี ค.ศ. 1995 นักสร้างแอนิเมชันได้ทดลองใช้ทั้งหมึกและสีดิจิตอลในฤดูกาลที่ 12 ในตอนที่ชื่อว่า "Tennis the Menace" แต่กราซีฟิล์มสได้ใช้จริง ทั้งหมึกและสีดิจิตอลในอีกสองฤดูกาลต่อมา
ตัวละคร
ครอบครัวซิมป์สันส์ เป็นครอบครัวทั่วไปในเรื่องแต่ง เป็นครอบครัวอเมริกันชนชั้นกลาง อยู่ที่เมืองสปริงฟิลด์ โฮเมอร์ผู้เป็นพ่อ ทำงานเป็นผู้ตรวจความปลอดภัยที่โรงไฟฟ้าพลังปรมาณู ผู้ไม่ค่อยเอาใจใส่ในการทำงาน แต่เป็นคนตลก เขาแต่งงานกับ มาร์จ ซิมป์สัน แม่บ้านแบบแม่บ้านชาวอเมริกันทั่วไป มีลูกสามคน คือ บาร์ต อายุ 10 ขวบ จอมเจ้าปัญหา ,ลิซา เด็กแก่แดด อายุ 8 ขวบ และเป็นนักกิจกรรม และแม็กกี ทารกน้อยที่ไม่ค่อยพูด ครอบครัวนี้ยังเลี้ยงหมาชื่อ ซานตาส์ ลิตเติล เฮลเปอร์ และแมวชื่อ สโนว์บอลที่ 2 สัตว์เลี้ยงทั้ง 2 ตัวมีบทบาทอยู่หลายตอนในซีรีส์นี้ และถึงแม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานหลายปีไม่ว่าจะเป็น วันหยุดหรือวันเกิด แต่รูปลักษณ์ทางกายภาพของครอบครัวซิมป์สันก็ไม่แก่ตามไป เหมือนกับในช่วงปลายทศวรรษ 1980 (มีเพียงแอนิเมชันบางส่วนที่แตกต่างบ้างเล็กน้อยกับช่วงแรก)
ยังมีตัวละครแปลก ๆ อีกหลายตัวในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ร่วมงาน ครู เพื่อน ๆ ญาติ ผู้คนในเมือง ดาราท้องถิ่น ผู้สร้างต้องการจะให้มีตัวละครหลายตัว เป็นตัวโจ๊ก หรือเติมเต็มหน้าที่ของเมือง จำนวนตัวละครก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ในแต่ละตอน โดยแมตต์ โกรนิง ได้แนวความคิดของตัวละครเสริมมาจากรายการตลกทางช่อง เอสซีทีวี
ฉาก
สถานที่ในเรื่อง เดอะซิมป์สันส์ เกิดขึ้นในเมืองแห่งหนึ่งในสปริงฟิลด์ในอเมริกา ไม่ได้ระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ หรืออ้างอิงว่าอยู่ในรัฐไหน และไม่สามารถบอกได้ว่าอยู่ส่วนใดของประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ ผู้ชื่นชอบพยายามตีความเมืองจากลักษณะและเอกลักษณ์ สิ่งแวดล้อม และจุดสังเกต แต่ทางผู้สร้างก็จงใจหลีกเลี่ยงให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับที่ตั้งของสปริงฟิลด์ คำว่า "สปริงฟิลด์" เป็นชื่อที่มีเมืองต่าง ๆ ตั้งซ้ำกันมากที่สุด ลักษณะภูมิศาสตร์ของเมืองสปริงฟิลด์ รอบล้อมไปด้วย แนวชายฝั่งทะเล ทะเลทราย ฟาร์มอันกว้างใหญ่ ภูเขาสูง หรืออะไรก็ตามที่ต้องการเป็นจุดประสงค์ของมุกตลก แต่โกรนิงก็เคยบอกว่า สปริงฟิลด์มีหลาย ๆ อย่างคล้ายกับ พอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน เมืองที่เขาเติบโตมา
ธีม
เดอะซิมป์สันส์ ใช้รูปแบบทั่วไปของซิตคอม โดยมุ่งไปที่ครอบครัวและการใช้ชีวิตของครอบครัวอเมริกันที่อยู่ในเมืองทั่วไป อย่างไรก็ตาม ด้วยธรรมชาติของแอนิเมชัน ขอบเขตของ เดอะซิมป์สันส์ จึงกว้างมากกว่าซิตคอมทั่วไป เมืองสปริงฟิลด์เป็นเหมือนจักรวาลหนึ่งที่รวมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ตัวละครสามารถค้นพบ เผชิญกับสังคมสมัยใหม่ โดยมีโฮเมอร์ผู้ที่ทำงานที่โรงไฟฟ้าพลังปรมาณู และยังสามารถวิจารณ์ต่อสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าบาร์ตและลิซาจะเรียนอยู่ระดับประถมที่โรงเรียนประถมสปริงฟิลด์ ผู้เขียนได้แสดงตัวอย่าง หรือประเด็นขัดแย้ง ในแง่การศึกษา และเมืองยังมีช่องสื่ออย่างมากมายตั้งแต่ สถานีโทรทัศน์เด็ก ถึงสถานีข่าวท้องถิ่น ที่ทำให้ผูสร้างสามารถใส่มุกเกี่ยวกับพวกเขาเองหรือเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบันเทิงได้อีกด้วย
นักวิจารณ์บางคนพูดว่า โชว์มีความเป็นการเมืองในตัวของมัน และแนวโน้มไปทางเอียงซ้าย อัล ฌองยอมรับในบทสัมภาษณ์ว่า "เรา (หมายถึงรายการ) ไปทางเสรีนิยม" นักเขียนมักเขียนบทที่แสดงความรู้สึกในแนวคิดที่ดูก้าวร้าว แต่ก็ทำให้ตลกผ่านแนวความคิดทางการเมือง และยังพรรณนารัฐบาลและหน่วยงานเป็นสิ่งใจจืดใจดำที่หากินกับคนงานทั่วไป ด้วยเหตุนี้นักเขียนจึงมักเขียนถึงฝ่ายบริหารอย่างไม่ยกยอใด ๆ หรือทางด้านลบ ในเนื้อหา เดอะซิมป์สันส์ นักการเมืองมีแต่ความเสื่อมทราม อย่างเช่น นักบวชเรเวอร์เอน เลิฟจอย และตำรวจท้องถิ่นที่ไร้ความสามารถ เรื่องศาสนาก็เป็นอีกเนื้อหาหนึ่งที่พูดถึง ในช่วงเวลาวิกฤต ครอบครัวมักจะเข้าหาพระเจ้า
ฉากเปิด
ฉากเปิดในเรื่องเดอะซิมป์สันส์ เป็นสิ่งที่น่าจดจำ ส่วนใหญ่ของทุกตอนจะเปิดด้วยกล้องที่ซูมผ่านชื่อรายการไปยังเมืองสปริงฟิลด์ หลังจากนั้นกล้องจะตามสมาชิกในครอบครัวซิมป์สันส์ ที่กำลังเดินทางกลับบ้าน จนเข้าสู่ตัวบ้าน กล้องจะมองผ่านเก้าอี้ยาว มองเห็นพวกเขากำลังชมโทรทัศน์ ฉากเปิดสร้างสรรค์โดย เดวิด ซิลเวอร์แมน เป็นงาน งานแรกที่เขาทำเมื่อเริ่มมีการสร้างโชว์นี้ สำหรับเพลงธีม ประพันธ์ดนตรีโดยแดนนี เอลฟ์แมน ในปี ค.ศ. 1989 หลังจากที่โกรนิงตามหาเขาเพื่อประพันธ์เพลงลักษณะย้อนยุค โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 2 วัน ในการทำงาน และเป็นชิ้นงานที่โด่งดังที่สุดของเอลฟ์แมนในอาชีพการงานของเขา
อีกจุดเด่นหนึ่งของฉากเปิดคือ มีหลายตอนที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างเช่น บาร์ตเขียนบนชอล์กบอร์ดบนกระดานที่โรงเรียนที่ดูแตกต่างกันไป ลิซาอาจเล่นแซกโซโฟนที่ต่างกันไป หรือแม้กระทั่งสิ่งประกอบต่าง ๆ ขณะที่สมาชิกในครอบครัวเดินเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น
ตอนฮัลโลวีน
ตอนพิเศษฮัลโลวีนถือเป็นประเพณีทุก ๆ ปีของ เดอะซิมป์สันส์ ในปี ค.ศ. 1990 ได้ออกอากาศครั้งแรกกับตอนที่ชื่อว่า "Treehouse of Horror" ในฤดูกาลที่ 2 โดยสร้างเป็น 3 ส่วน โดยแต่ละเรื่องจะเกี่ยวกับฮัลโลวีน ซึ่งแต่ละส่วนมักจะเกี่ยวข้องกับครอบครัวเดอะซิมป์สันส์ในเรื่องเขย่าขวัญ นวนิยายวิทยาศาสตร์ และสิ่งเร้นลับ และมักจะล้อเลียนหรือคารวะต่อผลงานชิ้นโด่งดังในอดีต และมักเกิดขึ้นนอกเหนือจากตอนปกติทั่วไป ถึงแม้ว่าซีรีส์ Treehouse จะเห็นได้ในช่วงวันฮัลโลวีน แต่ปีล่าสุดได้ฉายรอบปฐมทัศน์หลังวันฮัลโลวีนเนื่องจากทางฟ็อกซ์ติดสัญญากับเวิร์ลซีรีส์ของเบสบอลเมเจอร์ลีก
มุกตลก
มุกตลกของเรื่องได้ใช้อ้างอิงจากสังคม ทั้งผู้ชมที่มีหลากหลายความคิด และคนดูก็สนุกสนานกับการชม ตัวอย่างที่มาของมุกตลก เช่นมาจาก ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ดนตรี วรรณกรรม วิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ ได้สอดแทรกมุกตลกทุกที่ที่เป็นไปได้ นักสร้างแอนิเมชันใส่มุกตลก แก๊กตลก ทั้งเป็นฉากหลัง ในมุกตลกหรือตัวหนังสือในป้าย หนังสือพิมพ์ หรือที่ไหนก็ตาม คนดูบางครั้งก็ไม่ได้สังเกตมุกในครั้งแรกที่ชม มันเร็วมากจนบางครั้งถึงขนาดต้องกดปุ่มหยุดในเมนูวิดีโอเลย คริสติน ธอมสัน กล่าวเกี่ยวกับ เดอะซิมป์สันส์ ว่า "...การใช้มุกตลกที่มาจากสังคมจริง มีความตั้งใจให้เกิดการอธิบายลักษณะที่ขัดแย้ง และเป็นการสะท้อนตัวเองเกี่ยวกับยุทธวิธีทางโทรทัศน์และสถานะของรายการทางโทรทัศน์"
รายการใช้วลีติดหู อย่างน้อยตัวละครหลักและตัวละครรองจะมีวลีของตัวเองอย่างน้อย 1 วลี อย่างเช่นถ้าโฮเมอร์รำคาญจะตะโกนออกมาว่า "D'oh!" ,มิสเตอร์ เบิร์นส กับ Excellent..." และ เนลสัน มุนตซ์ กับคำว่า "Ha-ha!" ส่วนวลีดติดปากของบาร์ตเช่น "¡Ay, caramba!", "Don't have a cow, man!" และ "Eat my shorts!" ซึ่งก็ยังปรากฏบนเสื้อทีเชิร์ตในช่วงแรก ๆ ด้วย อย่างไรก็ตามบาร์ตก็ไม่ค่อยได้พูดสองประโยคหลังที่กล่าวมา จนได้รับความนิยมในสินค้า ของที่ระลึก และการใช้วลีติดปากก็มีการใช้ลดลงในที่สุด ในตอนที่ชื่อว่า "Bart Gets Famous" ได้ล้อเลียนวลีติดปากเหล่านั้น บาร์ตรับรางวัลใน ครัสตีเดอะคลาวน์โชว์ โดยขึ้นไปพูดว่า "ผมไม่ได้ทำอย่างนั้น"
อิทธิพลต่อภาษา
มีคำศัพท์ใหม่หลายคำที่เกิดมาจาก เดอะซิมป์สันส์ และได้รับคำนิยมจนเป็นภาษาพูด มาร์ก ลิเบอร์แมน นักภาษาศาสตร์ ให้ความเห็นว่า "เดอะซิมป์สัน เข้ามาแทนที่เชคสเปียร์และไบเบิล ในฐานะแหล่งข้อมูลใหญ่ของสำนวน วลีติดปาก และต่าง ๆ นานา รวมถึงคำอุปมา" วลีติดปากที่ดังที่สุดคือ เสียงรำคาญของโฮเมอร์ที่ว่า "D'oh!" ซึ่งมีคนใช้อย่างแพร่หลายจนได้รับการบรรจุในพจนานุกรมภาษาอังกฤษฉบับออกซฟอร์ด แต่สะกดแบบไม่มีเครื่องหมายวรรคตอน (Doh) แดน แคสเทลลาเนตาพูดว่า เขายืมประโยคดังกล่าวมาจาก เจมส์ ฟินเลย์สัน นักแสดงในคณะตลกลอเรลแอนด์ฮาร์ดี ที่ชอบออกเสียงคำพูดต่าง ๆ ยาน ๆ และโทนเสียงสะอื้น ผู้กำกับ เดอะซิมป์สันส์ บอกให้แคสเทลลาเนตา ทำเสียงให้สั้นลง และก็เป็นคำอุทานที่รู้จักดีในรายการทีวีซีรีส์ต่าง ๆ คำนี้ยังใช้ในรายการซีรีส์โทรทัศน์ในสหราชอาณาจักร รายการ ด็อกเตอร์ฮู อีกด้วย
สำนวนอื่นที่โด่งดังเช่น "excellent" พูดแบบยืดยานแบบ "eeeexcelllent…" โดยชาร์ลส มอนต์โกเมอรี เบิร์นส, เสียงแห่งความมีชัยของโฮเมอร์ที่ว่า "Woohoo!" และเนลสัน มุนตซ์ กับคำเย้ยหยัน "Ha-ha!" ส่วนผู้ดูแลดิน วิลลีกับคำว่า "cheese-eating surrender monkeys" (แปลลงตัวว่า ลิงกินชีสที่ยอมแพ้) ได้ถูกนำไปใช้ในบทในคอลัมน์ใน เนชันอลรีวีว เขียนโดยโจนาห์ โกลด์เบิร์กในปี ค.ศ. 2003 หลังจากประเทศฝรั่งเศสค้านการรุกรานอิรัก ประโยคนี้ได้ถูกใช้แพร่หลายสู่นักเขียนท่านอื่น คำว่า "Cromulent" ที่ใช้ในตอน "Lisa the Iconoclast" ก็ปรากฏในพจนานุกรมภาษาอังกฤษฉบับเว็บสเตอร์สหัสวรรษใหม่ คำว่า "Kwyjibo" ประดิษฐ์ขึ้นโดยบาร์ตในตอน "Bart the Genius" ก็ถูกใช้เป็นชื่อเวิร์มที่ชื่อ "Melissa worm" ส่วนประโยคที่ว่า "I, for one, welcome our new insect overlords" ได้ใช้โดยเคนต์ บร็อกแมนในตอน "Deep Space Homer" ได้กระจายสู่วัฒนธรรมสมัยนิยม ในความหมายของจำนวนอีเวนต์ และมีการใช้ในทางเย้ยหยัน โดยมากใช้เพื่อเป็นมุกตลก อีกทั้งยังมีการใช้ในสื่อหลายแขนง อย่างในนิตยสาร New Scientist และคำว่า "Meh" ก็เป็นที่นิยมใช้ในรายการ
อิทธิพลทางโทรทัศน์
เดอะซิมป์สันส์ เป็นรายการประเภทแอนิเมชันในช่วงไพรม์ไทม์รายการแรกที่ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่รายการ Wait Till Your Father Gets Home ในช่วงทศวรรษ 1970 ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่ารายการแอนิเมชันเหมาะสมสำหรับเด็กเท่านั้น และการทำแอนิเมชันใช้ค่ายใช้จ่ายสูงที่จะให้อยู่ในระดับคุณภาพมาตรฐานในรายการโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์ แต่ เดอะซิมป์สันส์ ได้เปลี่ยนแปลงแนวความคิดนี้ไป การใช้สตูดิโอจากเกาหลีในระหว่างการทำสี การถ่าย ทำให้แต่ละตอนถูกลง การประสบความสำเร็จของ เดอะซิมป์สันส์ และค่าใช้จ่ายการผลิตที่ถูกลงกระตุ้นให้สถานีโทรทัศน์มีโอกาสที่จะทำรายการแอนิเมชันเรื่องอื่น การพัฒนานี้เอง ในช่วงยุคทศวรรษ 1990 นำไปสู่การทำรายการแอนิเมชันในช่วงไพร์มไทม์ อย่างเช่น เซาธ์ปาร์ก, แฟมิลีกาย, คิงออฟเดอะฮิลล์, ฟิวเจอรามา, และ เดอะคริติก ต่อมาเซาธ์ปาร์กได้ทำการคารวะต่อ เดอะซิมป์สันส์ ในตอนที่ชื่อว่า "Simpsons Already Did It"
เดอะซิมป์สันส์ ยังมีอิทธิพลต่อรายการประเภทไลฟ์แอกชัน อย่าง Malcolm in the Middle ที่ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 2000 ในช่วงเวลาหลังรายการ เดอะซิมป์สันส์ Malcolm in the Middle ใช้ตลกท่าทางและไม่ใช้เสียงหัวเราะแทรกเหมือนอย่างซิตคอมทั่วไป ริกกี้ เกอร์เวส เรียกว่า เดอะซิมป์สันส์ มีอิทธิพลอย่างมากกับรายการตลกอังกฤษที่ชื่อ The Office ไม่มีเสียงหัวเราะแทรกเช่นกัน
การตอบรับและความสำเร็จ
เดอะซิมป์สันส์ ได้รับการชมเชยอย่างมากมาย โดยในปี ค.ศ. 1990 เคน ทักเกอร์จากนิตยสาร เอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี อธิบายไว้ว่า "ความสลับซับซ้อนของครอบครัวชาวอเมริกัน ได้ถูกวาดเป็นการ์ตูนอย่างง่าย และความผิดปกติของคนที่ทำให้คนนับล้านหนีจาก 3 ช่องเครือข่ายใหญ่ ในคืนวันอาทิตย์หันมาดู เดอะซิมป์สันส์"." ทักเกอร์ยังอธิบายต่อว่า "เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมสมัยนิยม เป็นการ์ตูนในช่วงไพรม์ไทม์ที่ดึงดูดได้ทั้งครอบครัว"
รางวัล
เดอะซิมป์สันส์ ได้รับรางวัลมาหลายรางวัลตั้งแต่เริ่มออกฉาย ทั้ง 23 รางวัลเอมมี 26 รางวัลแอนี และ รางวัลพีบอดี ในการฉลองความสำเร็จในแวดวงศิลปะและบันเทิงของศตวรรษที่ 20 นิตยสารไทม์ ได้ให้ เดอะซิมป์สันส์ เป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ดีที่สุด ในฉบับเดียวกันนั้น นิตยสารไทม์ บาร์ต ซิมป์สัน ยังติดอันดับ 100 อันดับของการจัดอันดับ 100 บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุด บาร์ตเป็นตัวละครในบทประพันธ์ที่ติดอันดับครั้งนี้ และในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2000 เดอะซิมป์สันส์ ยังได้รับรางวัลใน ฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม และในปี ค.ศ. 2000 นิตยสารเอนเตอร์เทนเมนวีกลี นักเขียนที่ชื่อว่า เคน ทักเกอร์ ได้ให้ เดอะซิมป์สันส์ เป็นรายการโทรทัศน์ที่ดีที่สุดในทศวรรษ 1990 มากกว่านั้นผู้ชมในสหราชอาณาจักรทางแชนนอล 4 ได้ลงคะแนนเสียงให้ เดอะซิมป์สันส์ ที่อันดับ 1 ของการสำรวจในหัวข้อ 100 อันดับ รายการสำหรับเด็กที่ดีที่สุดในปี 2001 และ 100 อันดับการ์ตูนที่ดีที่สุด ในปี ค.ศ. 2005
โฮเมอร์ ซิมป์สันยังถูกโหวตให้เป็นที่ 1 ของ 100 ตัวละครทางโทรทัศน์ในปี ค.ศ. 2001 โฮเมอร์ยังติดอยู่ที่อันดับ 9 ในการจัดอันดับของ นิตยสารเอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี จากการสำรวจหัวข้อ 50 สัญลักษณ์ในวงการโทรทัศน์ ในปี ค.ศ. 2002 เดอะซิมป์สันส์ อยู่ในอันดับ 8 ในการจัดอันดับของ นิตยสารทีวีไกด์ ในรายการโทรทัศน์ที่ดีที่สุดตลอดกาล และในปี ค.ศ. 2007 ยังติดในอันดับของ นิตยสารไทม์ ของการจัดอันดับ 100 รายการโทรทัศน์ที่ดีที่สุดตลอดกาล และในปี ค.ศ. 2008 ติดอันดับ 1 ของ นิตยสารเอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี ในการจัดอันดับ 100 สุดยอดโชว์ใน 25 ปีที่ผ่านมา
จำนวนตอนและการฉาย
ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 เดอะซิมป์สันส์ แซงหน้าสถิติ เดอะฟลินต์สโตนส์ กับตอนที่ชื่อว่า "The Itchy & Scratchy & Poochie Show" ในสถิติ รายการซีรีส์แอนิเมชันในช่วงไพรม์ไทม์ที่ยาวนานที่สุดในสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2004 เดอะซิมป์สันส์ ยังแซงหน้า ดิแอดเวนเจอร์สออฟออซซีแอนด์อาร์เรียต (ค.ศ. 1952 ถึง 1966) ในสถิติรายการซิตคอม (ประเภทแอนิเมชันหรือไลฟ์แอกชัน) ที่ฉายยาวนานที่สุดในสหรัฐอเมริกา ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2004 สกูบี-ดู แซงหน้า เดอะซิมป์สันส์ ในฐานะรายการแอนิเมชันอเมริกันที่มีจำนวนตอนมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามทางผู้สร้าง สกูบี-ดู ได้ออกมายกเลิกในการสร้างในเดือนเมษายน ค.ศ. 2005 หลังจากเสร็จสิ้นทั้งหมด 371 ตอน ส่วน เดอะซิมป์สันส์ มีจำนวน 378 ตอนของการสร้างในฤดูกาลที่ 17 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2007 เดอะซิมป์สันส์ มีจำนวน 400 ตอนในการจบของฤดูกาลที่ 18 ขณะที่ เดอะซิมป์สันส์ สร้างสถิติรายการแอนิเมชันอเมริกันที่มีจำนวนตอนมากที่สุด แต่ยังไม่ใช่สถิติของในโลกนี้ เพราะยังมีแอนิเมชันญี่ปุ่นเรื่อง Sazae-san ที่มีจำนวนตอนที่ 2,000 ตามที่อ้าง
ในปี ค.ศ. 2007 เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีของ เดอะซิมป์สันส์ ซึ่งรายการซีรีส์ช่วงไพรมไทม์เรื่อง Gunsmoke ครบรอบ 20 ปีเช่นกัน (ในช่วงปี ค.ศ. 2008-2009) และมี 20 ฤดูกาลเช่นกัน แต่ Gunsmoke มีจำนวนตอนฉายมากกว่าที่ 635 ตอน ซึ่งถ้าถึงตอนที่ 635 แล้วเดอะซิมป์สันส์ จะอยู่ที่ฤดูกาลที่ 29 ตามตารางการฉาย
เสียงวิจารณ์
คำวิจารณ์ใน เดอะซิมป์สันส์ ตอนใหม่ ๆ ได้ชมรายการไว้ว่า เหมือนจริงและดูเฉลียวฉลาด ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 โทนของเรื่องและการเน้นความสำคัญของเรื่องเริ่มจะเปลี่ยนแปลงไป นักวิจารณ์บางคนเรียกว่า "น่าเบื่อ" โดยปี ค.ศ. 2000 แฟนคลับที่ติดตามมานานหลายคนได้เลิกคลั่งไคล้ต่อไปโดยชี้ว่า เรื่องที่คนชื่นชอบมันเปลี่ยนไปที่คนดูรู้สึกว่า เป็นการแสดงกล ตลกโง่ ๆ มากเกินไป นักเขียนที่ชื่อว่า ดักลาส คูปแลนด์ อธิบายเกี่ยวกับการถดถอยคุณภาพของซีรีส์ไว้ว่าเหมือน "อาหารหมู" และพูดว่า "เดอะซิมป์สันส์ ไม่ได้ทำตัวเงอะงะมา 14 ปี มันแทบจะไม่มีทางว่าจะเงอะงะเลย" ไมค์ สกัลลี ที่เป็นตำแหน่งโชว์รันเนอร์ตั้งแต่ฤดูกาลที่ 9 ถึง 12 เป็นประเด็นของการวิจารณ์นี้ คริส ซูเอลเลนทรอปจาก นิตยสารสเลต เขียนไว้ว่า "ในช่วงการดำเนินงานของสกัลลี เดอะซิมป์สันส์ ดูดี ตอนต่างๆ ที่มักจบด้วยโฮเมอร์และมาร์จขี่จักรยานสู่ตะวันลับ ตอนนี้จบอย่างโฮเมอร์ระเบิดยาระงับประสาทใส่ที่คอมาร์จ โชว์ก็ยังคงตลก แต่มันก็ยังไม่น่าประทับใจมาหลายปี"
ปี ค.ศ. 2003 ในการฉลองครบรอบ 300 ตอน ในตอนที่ชื่อว่า "Barting Over" ยูเอสเอทูเดย์พิมพ์บทความที่เกี่ยวข้องกับ เดอะซิมป์สันส์ ไว้เกี่ยวกับ 10 ตอนที่ถูกเลือกมาโดยเว็บมาสเตอร์ของเว็บแฟนไซต์ The Simpsons Archive และ จัดที่สุด 15 อันดับโดย นักเขียนเอง โดยตอนที่ติดอันดับของแฟน ๆ คือตอน "Homer's Phobia" ในปี ค.ศ. 1997 และตอนที่เลือกโดยนักเขียนคือตอน "Behind the Laughter" ในปี ค.ศ. 2000 และในปี ค.ศ. 2004 แฮร์รี เชียร์เรอร์ วิจารณ์ว่า เขารู้สึกถึงคุณภาพที่ลดถอยลงของ เดอะซิมป์สันส์ "ผมให้อันดับไว้ว่า 3 ฤดูกาลล่าสุดเป็นตอนที่เลวร้ายที่สุด และฤดูกาลที่ 4 ดูดีมากสำหรับผมตอนนี้"
เดอะซิมป์สันส์ พยายามรักษาฐานคนดูและพยายามดึงดูแฟนใหม่ ๆ ขณะที่ในฤดูกาลแรกมีผู้ชมเฉลี่ย 13.4 ล้านคนต่อตอนในสหรัฐอเมริกา ในฤดูกาลที่ 19 มีผู้ชมเฉลี่ย 7.7 ล้านคน ในบทสัมภาษณ์ของแม็ตต์ โกรนิง ช่วงเดือนเมษายน ค.ศ. 2006 เขาพูดว่า "ผมไม่เห็นจุดจบของมัน ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ที่โชว์จะลำบากในการเงิน แต่ ณ เวลานี้ โชว์มีความสร้างสรรค์ ผมคิดว่ามันจะดีและดีกว่าที่เคยเป็น แอนิเมชันดูน่าเหลือเชื่อที่มีรายละเอียดและมีจินตนาการ และเนื้อเรื่องเราจะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน มันช่างสร้างสรรค์จนไม่มีเหตุผลที่จะเลิก"
เนื้อหาส่วนนี้มาจากบทความ "เดอะซิมป์สันส์" ในวิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 (creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0) มีการตัดส่วนอ้างอิงและจัดรูปแบบใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ มีกี่ตอน?
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ มีทั้งหมด 806 ตอน รวม 38 ซีซัน สถานะปัจจุบัน: ยังฉายอยู่
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ฉายวันไหน?
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 17 ธันวาคม 2532 ตอนถัดไปออกอากาศวันที่ 18 ตุลาคม 2569
The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ดูได้ที่ไหน?
ขณะนี้ยังไม่พบแพลตฟอร์มที่มีลิขสิทธิ์ The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์ ในประเทศไทย
หมวดแนะนำ: ซีรีย์เกาหลีน่าดู · เรื่องถัดไป: The Wheels on the Bus
ซีรี่ย์ที่คล้ายกับ The Simpsons เดอะ ซิมป์สันส์
★ 7.9Close Enough ก๊วนพิลึกคึกเหนือโลก (2020)
★ 6.5Bless the Harts (2019)
จบแล้ว 123 ตอน★ 8.0MAD (2010)
จบแล้ว 63 ตอน★ 8.1Kenan & Kel (1996)
จบแล้ว 163 ตอน★ 6.7The New Woody Woodpecker Show (1999)
EP10/10★ 7.4King of the Hill (1997)
EP22/27★ 5.8The Patrick Star Show (2021)
จบแล้ว 203 ตอน★ 6.6Father Knows Best (1954)
★ 7.7American Housewife (2016)
จบแล้ว 363 ตอน★ 7.3Garfield and Friends (1988)
จบแล้ว 52 ตอน★ 8.1The Looney Tunes Show เดอะลูนีย์ทูนส์โชว์ (2011)
จบแล้ว 73 ตอน★ 8.1