
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ (2010)
การ์ตูนแอนิเมชันซีรี่ย์ 2010แอนิเมชันตลกไซไฟแฟนตาซีเด็ก
- ชื่อไทย
- My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- My Little Pony: Friendship Is Magic
- ประเทศ
- สหรัฐอเมริกา, แคนาดา
- ออกอากาศครั้งแรก
- 10 ตุลาคม 2553
- จำนวนตอน
- 221 ตอน (9 ซีซัน)
- ความยาวต่อตอน
- ประมาณ 22 นาที
- สถานะ
- จบแล้ว
- ตอนล่าสุด
- EP26/26 (12 ตุลาคม 2562)
- ช่อง/แพลตฟอร์มต้นทาง
- Hub Network, Treehouse TV, Discovery Family
- ผู้สร้าง
- Lauren Faust
- เรตผู้ชม
- TV-Y
- คะแนน TMDB
- 8.2/10 (780 โหวต)
เรื่องย่อ My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ เป็นการ์ตูนแอนิเมชัน ปี 2010 มีทั้งหมด 221 ตอน สถานะจบแล้ว
การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีเควสเทรีย ที่ซึ่งยูนิคอร์นทไวไลต์ สปาร์เกิลและเพื่อนๆ ของเธอได้ผจญภัยและเรียนรู้บทเรียนที่แสนมีค่าเกี่ยวกับมิตรภาพ
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ ดูได้ที่ไหน (ถูกลิขสิทธิ์)
สตรีมมิ่ง (สมาชิก)
Netflix
Netflix Kids
เปิดแอปหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการแล้วค้นหาชื่อเรื่องนี้ได้เลย ข้อมูลผู้ให้บริการในประเทศไทยจาก JustWatch อาจเปลี่ยนแปลงตามสัญญาลิขสิทธิ์ของแต่ละแพลตฟอร์ม
นักแสดง My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ
Tara Strongรับบท Twilight Sparkle (voice)
Ashleigh Ballรับบท Applejack / Rainbow Dash (voice)
Andrea Libmanรับบท Pinkie Pie / Fluttershy (voice)
Tabitha St. Germainรับบท Rarity (voice)
Cathy Weseluckรับบท Spike (voice)
Nicole Oliverรับบท Princess Celestia (voice)
Michelle Creberรับบท Apple Bloom (voice)
Claire Margaret Corlettรับบท Sweetie Belle (voice)
Madeleine Petersรับบท Scootaloo (voice)
Peter New
Brenda Crichlowรับบท Matilda / Amethyst Star (voice)
Chantal Strandรับบท Diamond Tiara (voice)
ซีซันและรายชื่อตอน
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 126 ตอน · 10 ตุลาคม 2553
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 226 ตอน · 17 กันยายน 2554
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 313 ตอน · 10 พฤศจิกายน 2555
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 426 ตอน · 23 พฤศจิกายน 2556
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 526 ตอน · 4 เมษายน 2558
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 626 ตอน · 26 มีนาคม 2559
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 726 ตอน · 15 เมษายน 2560
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 826 ตอน · 24 มีนาคม 2561
- My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ Season 926 ตอน · 6 เมษายน 2562
รีวิว My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ จากทีมงาน
เจาะลึก My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ: เนื้อเรื่อง การสร้าง และเสียงวิจารณ์
มายลิตเติ้ลโพนี่: มิตรภาพอันแสนวิเศษ (อังกฤษ: My Little Pony: Friendship Is Magic) เป็นชุดการ์ตูนโทรทัศน์สำหรับเด็กที่พัฒนามาจากแฟรนไชส์ของเล่นมายลิตเติ้ลโพนี่ของฮาสโบร โดยผู้คนส่วนใหญ่มักเรียกว่าเป็นรุ่นที่สี่ (G4) ของแฟรนไชส์ ซีรีส์ดำเนินเนื้อเรื่องจากยูนิคอร์นขยันเรียน (ภายหลังเป็นอาลิคอร์น) ทไวไลท์ สปาร์คเคิล และเพื่อนของเธอแอปเปิลแจ็ค แรริตี้ ฟลัทเตอร์ชาย เรนโบว์แดช พิงกี้พาย และผู้ช่วยมังกรของเธออย่างสไปค์ โดยพวกเธอออกเดินทางผจญภัยและช่วยเหลือปัญหาทั่วทั้งเอเควสเทียร์ และสุดท้ายทุกปัญหาก็คลี่คลายลงด้วยมิตรภาพของพวกเธอ
ชุดแอนิเมชันในแฟลชออกอากาศทางดิสคอเวอรี แฟมิลี (ต่อมาคือเดอะฮับ) ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2010 ถึงวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2019 ฮาสโบรเลือกนักวาดภาพแอนิเมชันลอเรน ฟอสต์ มาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และบริหารรายการ ฟอสต์ได้สร้างสรรค์ตัวละครให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้นและฉากผจญภัยที่ราวกับกำลังเล่นของเล่นอยู่จริง ๆ อีกทั้งยังผสมผสานองค์ประกอบความแฟนตาซีเข้าไปในการ์ตูนด้วย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระยะเวลาที่เร่งรีบและขาดการควบคุมความสร้างสรรค์ ฟอสต์จึงออกจากซีรีส์ในช่วงฤดูกาลที่สอง
ซีรีส์มิตรภาพอันแสนวิเศษกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเดอะฮับ แม้จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กผู้หญิง แต่ซีรีส์ดึงดูดผู้ชมที่มีอายุมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่เพศชาย ซีรีส์ได้สร้างโอกาสมากมายในการขายสินค้าใหม่ ๆ ของแฟรนไชส์ฮาสโบร์อีกด้วย เช่น "มายลิตเติ้ลโพนี่ เอเควสเทียร์เกิร์ล" ที่เปิดตัวใน ค.ศ. 2013 และดำเนินควบคู่ไปกับซีรีส์นี้เป็นเวลาหกปี นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงซีรีส์เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวในชื่อ "มายลิตเติ้ลโพนี่ เดอะมูฟวี่" โดยออกฉายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2017 ในสหรัฐ และ "มายลิตเติ้ลโพนี่ โพนี่ไลฟ์" ซึ่งเป็นซีรีส์คอเมดี้ภาคแยก ออกอากาศทางช่องดิสคอเวอรี แฟมิลี ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2020
ประวัติของแฟรนไชส์
อดีตมายลิตเติ้ลโพนี่ ไม่ใช่การ์ตูนดังในปัจจุบัน แต่เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของเล่น ของบริษัท Harbro inc. ออกจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนั้น ต่อมาได้สร้างเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นออกอากาศเป็นตอนพิเศษเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) โดยมีรุ่นของการ์ตูนแบ่งเป็น 4 รุ่น
รุ่น G1 (พ.ศ. 2524 - พ.ศ. 2535)
ในรุ่นแรก Hasbro เริ่มออกอากาศ การ์ตูนแอนิเมชั่นเป็นครั้งแรก เป็นตอนพิเศษออกอากาศทางโทรทัศน์ซึ่งได้รับความนิยม และ Hasbro ก็ได้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นในชื่อเรื่อง My little pony: The Movie เพื่อตอบสนองความนิยม แต่ภาพยนตร์ก็มิได้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร (ว่ากันว่าใช้ทุนสร้าง 10 ล้านเหรียญ แต่รายได้ไม่ถึง 6 ล้านเหรียญ) และถูกวิจารณ์อย่างย่อยยับ โดยมีข้อวิจารณ์ว่า เป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อโฆษณาสินค้าเท่านั้น ในปีต่อมา มายลิตเติ้ลโพนี่ ได้เริ่มออกอากาศในรูปแบบซีรีส์ ในชื่อ My little pony 'n Friend เป็นการ์ตูนในประเภทแอ็คชั่น-แฟนตาซี ซึ่งจะเน้นกลุ่มเด็กเล็กเป็นหลัก และประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งมีเด็กผู้ชายที่ชื่นชอบการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย
ในอีก 5 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) มายลิตเติ้ลโพนี่กลับมาออกอากาศอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ทั้งตัวละคร และเนื้อเรื่องในชื่อเรื่อง My little pony Tales ซึ่งได้นำสิ่งที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้นมาใส่เป็นองค์ประกอบในเนื้อเรื่อง เช่น "การใส่ปลอกขา" "การทำผม" รวมทั้งตัวละครในเรื่องมีรูปแบบการใช้ชีวิตแบบยุค 90 เป็นการ์ตูนในประเภทชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเน้นกลุ่มเด็กหญิงและเด็กโตเป็นหลัก แต่ซีรีส์นี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และยุติออกอากาศในปีเดียวกัน
รุ่น G2 (พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2546)
ในรุ่นนี้ Harbro ได้ยุติการทำแอนิเมชั่น และหันไปจำหน่ายของเล่นแทน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร และของเล่นมีการพัฒนาไปเรื่อยๆตามลำดับ
รุ่น G3-3.5 (พ.ศ. 2546 - พ.ศ. 2553)
ในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) Hasbro ได้กลับมาทำแอนิเมชั่นการ์ตูนมายลิตเติ้ลโพนี่อีกครั้ง โดยได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบต่าง ๆ ทั้งหมด โดยออกแนวแฟนตาซีเป็นหลัก เนื้อเรื่องเป็นแนวจินตนิมิต เน้นไปยังกลุ่มเด็กเล็กเป็นหลัก และเน้นทำลงสื่อวิดิทัศน์ และน้อยตอนนักที่จะเอาออกอากาศ ซึ่งเนื้อเรื่องขาดความน่าสนใจ แอนิเมชั่นไร้แรงดึงดูด และความนิยมตกต่ำถึงขีดสุด นับได้ว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นตกต่ำที่สุดของมายลิตเติ้ลโพนี่เลยก็ว่าได้ และทุกคนเห็นว่าสร้างขึ้นมาเพื่อโปรโมตของเล่นไปเท่านั้น
จุดกำเนิด G4
จากความล้มเหลวของ G3 และภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ของ ไมเคิล เบย์ สามารถช่วยให้ยอดขายของเล่นทรานส์ฟอร์มเมอร์สมียอดขายพุ่งทะยาน ฮาสโบรต้องการที่จะนำแฟรนไชส์มายลิตเติ้ลโพนี่กลับมาผลิตและปรับปรุงใหม่อีกครั้ง โดยมีความต้องการที่จะปรับเนื้อเรื่องและรสนิยมให้เข้ากับเด็กผู้หญิง ตามคำแนะนำของมาร์กาเร็ต โลช ผู้จัดการของฮับ เน็คเวิร์ค ได้ทบทวนถึงคุณสมบัติสำคัญของการจัดสร้างคือขอบเขตและอิทธิพลของผู้ชม รองประธานอาวุโส ลินดา สไตเนอร์ หนึ่งในคนที่ชื่นชอบแฟรนไชส์นี้ ยังได้แนะนำเช่นกันว่า "ควรให้ความใส่ใจกับกลุ่มผู้คนส่วนใหญ่" ด้วยแนวคิดเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ซึ่งเป็นธีมสำคัญของฮับ เน็คเวิร์ค โดยธีมหลักที่ฮาสโบรคิดไว้คือเรื่องราวของมิตรภาพและการอยู่ร่วมสังคม และอีกปัจจัยพวกเขากำหนดคือการเขล่นของเล่นในกลุ่มเด็ก ๆ
อะนิเมเตอร์และผู้เขียน ลอเรน ฟอสต์ ติดต่อกับฮาสโบร โดยเธอกำลังพยายามที่จะขอให้ผลิตภัณฑ์ของเล่นของเธอ Galaxy Girls เป็นซีรีส์การ์ตูน ฟอสต์เคยทำงานเป็นเบื้องหลังการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จเรื่อง พาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ และ ฟอสเตอร์ โฮม..บ้านของผองเพื่อนในจินตนาการ ถึงแม้ว่าการ์ตูนเหล่านี้จะประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางแต่ความคิดของเธอที่ปฏิเสธจากหลายสตูดิโอและเครื่องข่ายด้วยความคิดที่ว่า การ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิงมักจะไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเธอได้ติดต่อ ลิซ่า ลิคช์ จากฮาสโบร สตูดิโอ, ลิคช์ได้นำผลงานที่เพิ่งเสร็จของมายลิตเติ้ลโพนี่ "Princess Promenade" ให้ฟอสต์ดู ลิคช์คิดว่าสไตล์ของฟอสต์สามารถเข้ากันได้ดีกับเรื่องนี้และได้ร้องขอให้เธอคิด "ไอเดียที่จะนำมาจัดสร้างในแฟรนไชส์ใหม่"
ฟอร์สได้รับการว่าจ้างจากฮาสโบรให้สร้างโครงเรื่องหลัก และให้เธอช่วยเหลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของเรื่อง ฟอร์สกล่าวว่าเธอรู้สึก "ไม่เชื่อมั่นเป็นอย่างมาก" ในช่วงรับงานช่วงแรกเพราะเธอพบว่าโชว์สำหรับของเล่นเรื่องนี้มีความน่าเบื่อและไม่เป็นที่จดจำ มายลิตเติ้ลโพนี่คือหนึ่งในของเล่นโปรดของเธอในวัยเด็ก แต่เธอรู้สึกผิดหวังที่จินตนาการของเธอในเวลานั้นไม่เหมือนกับโชว์จริง ๆ ฟอร์สได้กล่าวถึงโชว์เก่า ๆ ว่า "มีแต่ปาร์ตี้น้ำชาไม่จบสิ้น ขำอย่างไร้เหตุผล และปราบตัวร้ายสำเร็จเพียงแค่แบ่งปันให้เขาหรือร้องไห้" ด้วยโอกาสที่จะได้ร่วมทำงานในมายลิตเติ้ลโพนี่ เธอหวังที่จะพัฒนาให้เป็น "การ์ตูนเด็กผู้หญิงที่ไม่มีแต่ความน่ารักหวานแหวว, ตัวละครไร้ความสมดุลและติ๊งต๊อง" เธอจึงออกแบบตัวละครและโชว์ให้มีองค์ประกอบที่ขัดแย้งต่อแบบแผนของความเป็นหญิง เช่นเป็นกลุ่มตัวละครที่มีความแตกต่างกันและมักทะเลาะกันแต่สุดท้ายก็เป็นเพื่อนกันได้ และแนวคิดที่ผู้หญิงไม่สมควรถูกจำกัดในสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกให้ทำและไม่ทำ องค์ประกอบและนิสัยของตัวละครได้รับแนวคิดมาจากจินตนาการของเธอในวัยเด็ก และบางส่วนก็ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนที่พี่ชายของเธอดูและเติบโตมาเช่น ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส และ จีไอโจ เธอคิดที่จะสร้าง "เฟรนชิบ อิส เมจิค" สำหรับเด็กอายุ 8 ขวบ ฟอร์สยังเล็งให้ตัวละครนั้น "เป็นที่จดจำ" และมีแบบแผนของความเป็นหญิง (เช่นการเป็นหนอนหนังสือ) เพื่อเพิ่ทความน่าสนใจให้กับคนดูโดยเฉพาะหญิงสาว
ฟอร์สระบุด้วยว่าขณะที่เธอกำลังเสนอไอเดียต่าง ๆ ให้ฮาสโบร เธอก็ได้รับแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นอีกจากการตอบรับเชิงบวกในการที่จะฉีกแนวเดิม ๆ ของพวกเขา ฟอร์สได้เขียนโครงเรื่องให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยและเพิ่มเติมในเรื่องความสัมพันธ์ แต่การจะให้กลุ่มคนดูหญิงสาวจดจำมีความยากมากที่จะทำให้เนื้อหาเป็นเรื่องราวผจญภัย เธอจึงตัดแนวคิดนี้ออกไปบางส่วนและเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความคิดของตัวละคร โชว์ยังมีการเพิ่มสัตว์ในจินตนาการที่จะทำให้เด็กหวาดกลัวเช่น มังกร, ไฮดรา แต่ก็ยังเน้นเรื่องราวมิตรภาพของตัวละครโดยให้มีความตลกขบขัน เมื่อถึงเวลาการอนุมัติโชว์นี้ ฟอร์สได้ส่งสคริปต์สำหรับโชว์นี้เป็นจำนวน 3 ตอน
ฟอร์สเริ่มวาดภาพสเก็ตช์ตัวละครซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าเดเวียนอาร์ทของเธอ โดยนำตัวละครจากซีรีส์เก่ามาดัดแปลง (เช่น ทไวไลท์, แอปเปิ้ลแจ๊ค, ไฟร์ฟาย, เซอร์ไพรส์, โพซี่และสปาร์เคอร์) ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นตัวละครหลักของโชว์ ฮาสโบรอนุมัติโชว์นี้และให้ฟอร์สเป็นผู้อำนวยการโปรดิวเซอร์ และให้เธอทำเนื้อเรื่องให้เสร็จสมบูรณ์ ฟอร์สจึงให้ มาร์ติน แอนโซลาบีเฮียร์ และ พอล รูดิช คนที่เคยทำงานให้แอนิเมชันเรื่องอื่น ๆ กับเธอ, รูดิชเป็นต้นคิดของเธอที่จะให้เพกาซัสเป็นโพนี่สำหรับควบคุมสภาพอากาศในอเควสเทรียรวมถึงตัวละคร "ไนท์แมร์มูน" ด้วย ในระหว่างนี้ฟอร์สได้ขอคำปรึกษาจาก เคร็ก แมคแครกเกน สามีของเธอและผู้สร้าง พาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ และ ฟอสเตอร์ โฮม..บ้านของผองเพื่อนในจินตนาการ, หลังจากดูเวอร์ชันเริ่มต้นของเนื้อเรื่อง ฮาสโบรได้ขอให้ทีมของฟอร์สสร้างตัวละครเพิ่มเติม ต่อมาฟอร์สได้นำ เดฟ แดนเน็ต และ ลินน์ เนย์เลอร์ เพื่อปรับแต่งสไตล์พื้นหลังและตัวละคร
เมื่อเสร็จสิ้นการเขียนเนื้อเรื่อง ฮาสโบรและฟอร์สได้ตามหาสตูดิโอสำหรับสร้างแอนิเมชัน, Studio B โปรดักชั่น (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น DHX Media ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2010 จากการร่วมเป็นหุ้นส่วนของบริษัท DHX) ได้สร้างแอนิเมชันโดยใช้โปรแกรมอะโดบี แฟลช ให้กับแอนิเมชันที่มีสัตว์เป็นจำนวนมาก ทำให้ฟอร์สรู้สึกว่าพวกเขาคือทางเลือกที่ดี Studio B ได้ขอให้ เจย์สัน ธีสเซน เป็นไดเรกเตอร์ ซึ่งฟอร์สก็เห็นด้วย เธอ, ธีสเซน, และเจมส์ วุตตอน สร้างช็อทสั้น ๆ สองนาทีเพื่อนำเสนอให้กับฮาสโบร ทำให้บริษัทได้อนุมัติการจัดสร้างโชว์อย่างเต็มรูปแบบ โดยฟอร์สได้คาดการณ์ว่าการพัฒนาโชว์ให้ได้รับการอนุมัตินี้ใช้เวลายาวนานมากถึงหนึ่งปี
เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งในดินแดนแห่งเวทมนตร์ นามว่า "เอเควสเทรีย" (Equestria) มีเจ้าหญิง 2 สองพี่น้อง ร่วมกันปกครองและสร้างมิตรภาพ ผู้พี่ได้ใช้พลังแห่งยูนิคอร์น (Unicorn) นำพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ผู้น้องนำพระจันทร์ขึ้นยามราตรี ทั้งสองสร้างความสมดุลให้กับโลก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้น้องเกิดความแคลงใจที่เหล่าโพนี่ (Pony) เล่นและเริงร่าในยามกลางวันของผู้พี่แต่หลับไหลในยามราตรีของผู้น้อง แม้ผู้พี่พยายามอธิบายให้ผู้น้องได้เข้าใจ แต่ด้วยความแคลงใจที่มีอยู่ในใจของผู้น้อง ได้เปลี่ยนให้ผู้น้องกลายเป็นเงาแห่งความชั่วร้าย ชื่อว่า "ไนท์แมร์มูน" (Nightmaremoon) เธอกล่าวว่าเธอจะทำให้ดินแดนตกอยู่ในราตรีอันเป็นนิรันดร์ แต่ผู้พี่ได้ใช้พลังสูงสุดที่เหล่าโพนี่รู้จัก คือ "ศิลาแห่งความสามัคคี" (The Element of Harmony) เธอได้ใช้พลังของศิลาแห่งความสามัคคีกำจัดผู้น้องและขังผู้น้องไว้ยังดวงจันทร์ นับตั้งแต่นั้นมาผู้พี่ก็ได้รับหน้าที่ในการนำทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ขึ้น และเอเควสเทรียก็กลับมาสงบสุขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่มีคำทำนายกล่าวไว้ว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1,000 ปี เหล่าดวงดาวจะช่วยให้ "ไนท์แมร์มูน" กลับมาและทำให้ดินแดนตกอยู่ในความมือของราตรีอีกครั้ง "ทไวไลท์ สปาร์คเคิล" (Twilight Sparkle) ยูนิคอร์นผู้รอบรู้ ฉลาด หมกตัวอยู่กับการเรียนและหนังสือได้รู้ถึงคำทำนายนี้จึงได้ส่งคำเตือนไปยังผู้เป็นอาจารย์ของตนและเป็นผู้ปกครองเอเควสเทรีย "เจ้าหญิงเซเลสเทีย" (Princess Celestia) แต่เจ้าหญิงเซเลสเทียตอบกลับว่าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระและบอกให้ทไวไลท์หยุดอ่านนิทานปรัมปราได้แล้ว เจ้าหญิงทำการส่งเธอไปยัง "โพนี่วิลล์" (Ponyville) พร้อมกับ สไปค์" (Spike) มังกรน้อยเพื่อนของทไวไลท์ เพื่อให้ไปจัดการกับงาน "เทศกาลซัมเมอร์ซัน" (Summersun Celebretion) พร้อมกับการหาเพื่อนใหม่ เมื่อทไวไลท์ไปถึงเธอได้พบกับ "พิงค์กี้พาย" (Pinkie Pie) แต่เธอก็ตกใจที่พบทไวไลท์และวิ่งหนีหายไป ทไวไลท์ได้เดินทางไปต่อยัง "สวีทแอปเปิ้ล เอเคอร์" (Sweet Apple Acer) ได้พบกับ "แอปเปิ้ลแจ็ค" (Applejack) เพื่อตรวจสอบอาหารและครอบครัวแอปเปิ้ล (Apple Family) จบจากที่นั่น ทไวไลท์ก็ได้ไปตรวจสอบการจัดการสภาพอากาศ พบกับ "เรนโบว์แดช" (Rainbow Dash) หลังจากที่ได้คุยกันเล็กน้อยและทำความรู้จักกันนิดหน่อย เรนโบว์แดชก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามรถในการบินของเธอ ทไวไลท์ได้ไปที่ศาลากลางและตรวจความเรียบร้อยของการตกแต่ง ได้พบกับ "แรร์ริตี้" (Rarity) เมื่อสไปค์เห็นแรร์ริตี้ ก็เกิดอาการตกหลุมรักทันที แรร์ริตี้ได้พาทไวไลท์ไปแต่งหน้าทำผมใหม่ จากนั้นเธอได้ไปพบ "ฟลัตเทอร์ชาย" (Fluttershy) ที่กำลังฝึกซ้อมนกให้ร้องเพลงอยู่ ฟลัตเทอร์ชายได้คุยกับทไวไลท์จนกระทั่งทั้งสามมาถึง "ห้องสมุดโกลเด้นโอ๊ก" (Golden Oak Library) เจอพิงค์กี้พายที่ได้พบตอนแรกครั้งมาถึงโพนี่วิลล์ จัดปาร์ตี้เอาไว้ให้พร้อมกับเหล่าผองเพื่อนโพนี่อีกมากมาย แต่ทไวไลท์ก็ได้ปฏิเสธที่จะสร้างความสัมพันธ์กับโพนี่ตัวอื่น ๆ จนกระทั่งเช้ามืดของวันงานเทศกาลซัมเมอร์ซัน โพนี่ทุกตัวได้ไปรวมตัวกัน ณ ศาลากลางเมืองเพื่อตั้งตารอการนำดวงอาทิตย์ขึ้นของเจ้าหญิงเซเลสเทีย แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา เจ้าหญิงกลับหายตัวไปและได้ปรากฏตัวไนท์แมร์มูนขึ้นมาแทน ทไวไลท์และผองเพื่อนทั้ง 5 ที่พบกับในเมืองจึงต้องร่วมเดินทางตามหา "ศิลาแห่งความสามัคคีทั้ง 5" ณ ปราสาทแห่งสองพี่น้อง (The Castle of the Two Sister) หรือก็คือป่าเอเวอร์ฟรี (Everfree Forest) เพื่อจัดการกับไนท์แมร์มูน ระหว่างเดินทางไปนั้นได้เกิดเรื่องต่าง ๆ ขึ้นแต่ก็ได้ผ่านไปด้วยดี จนถึงปราสาทแห่งสองพี่น้อง ทั้งหมดได้เจอศิลาแห่งความสามัคคีทั้งห้าพร้อมกับไนท์แมร์มูน แต่ไนท์แมร์มูนก็ได้ทำให้ศิลาแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ สุดท้ายทไวไลท์และเพื่อน ๆ ของเธอได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งศิลาแห่งความสามัคคี และได้ปรากฏศิลาแห่งความสามัคคีชิ้นที่ 6 ขึ้น เกิดเป็นพลังสายรุ้งขึ้นมาทำลายไนท์แมร์มูน เรื่องราวทุกอย่างได้จบลง และทันใดนั้น เจ้าหญิงเซเลสเทีย ก็ได้ปรากฏตัวพร้อมกับการนำดวงอาทิตย์ขึ้นและได้บอกกล่าวเรื่องราวและเหตุผลต่าง ๆ ธออกว่า ไนท์แมร์มูน คือ "เจ้าหญิงลูน่า" (Princess Luna) ผู้เป็นน้องสาวของเธอ เมื่อความจริงปรากฏทุกอย่างก็จบลง เจ้าหญิงเซเลสเทียจะให้ทไวไลท์กลับไปยัง "แคนเทอร์ล็อต" (Canterlot) แต่ทไวไลท์ก็ได้บอกกลับไปว่าตนอยากอยู่ที่โพนี่วิลล์กับ "เพื่อน ๆ " ของเธอ (เนื้อเรื่องข้างต้นเป็นเนื้อเรื่องของ My Little Pony : Friendship is Magic Season 1 Episode 1 และ 2 และเป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์ในเจเนอเรชั่นนี้ทั้งหมด)
ตัวละครหลัก
เจ้าหญิง ทไวไลท์ สปาร์คเคิล (Princess Twilight Sparkle)
ตัวเอกของเรื่อง เธอเป็นยูนิคอร์นและได้รับตำแน่งอัลลิคอร์นเมื่อเติบโตขึ้นและได้เป็นเจ้าหญิง เธอมีดวงตาสีม่วงเข้ม ลำตัวสีม่วงอ่อน แผงคอและหางสามสี คือ สีน้ำเงินเข้ม, สีม่วง และสีชมพู มีคิวตี้มาร์คเป็นดาว 6 แฉกสีขาว โดยมีดาว 6 แฉกสีชมพูทับอยู่ และดาว 6 แฉกสีขาว 5 ดวงล้อมรอบ เธอเรียนเกี่ยวกับเวทมนตร์ เก่งเรื่องการคิดและจัดการ มีพี่ชายชื่อไชนิ่งอาร์เมอร์ มีคู่หูเป็นลูกมังกรชื่อ สไปค์ และมีนกฮูกชื่ออาวอลิเชียส เธอเป็นตัวละครหลักที่ได้รับภารกิจจากเจ้าหญิงเซเลสเทีย ให้เดินทางมาที่ โพนี่วิลล์ เพื่อมาเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพ ซึ่งที่นี่เอง ทำให้เธอได้พบกับเพื่อน ๆ และการผจญภัยมากมาย ต่อมาได้กลายเป็นอัลลิคอร์นและเจ้าหญิงเซเลสเทียก็แต่งตั้งให้เธอเป็นเจ้าหญิง โดยทไวไลท์เป็นสัญลักษณ์แห่งเวทมนตร์
แอปเปิ้ลแจ็ค (Applejack)
ม้าตัวสีส้ม แผงคอและหางสีเหลือง ตาสีเขียว มีคิวตี้มาร์คเป็นแอปเปิ้ลสีแดง 3 ผล เธอทำงานที่ไร่สวีทแอปเปิ้ลเอเคอร์กับยายของเธอ มีพี่ชายชื่อบิ๊กแม็กอินทอช และน้องสาวชื่อแอปเปิ้ลบลูม มีสุนัขชื่อวิโนน่า แอปเปิ้ลแจ็คเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความแข็งแรงทางร่างกายค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องทำงานในไร่ตลอดเวลา เธอมีนิสัยชอบช่วยเหลือคนอื่นและเป็นที่พึ่งพาได้ เธอไม่เคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือคนอื่น และเป็นตัวละครที่มีนิสัยขยันหมั่นเพียรมาก ๆ ไม่เคยบ่นเรื่องความสกปรกหรือเหงื่อเลย เธอจะสวมหมวกสีน้ำตาลอ่อนอยู่ตลอดเวลา แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยมีความเรียบร้อยเท่าไหร่ และเธอทำขนมได้เก่งมาก โดยแอปเปิ้ลแจ็คเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์
เรนโบว์แดช (Rainbow Dash)
ม้าเพกาซัสตัวสีฟ้า แผงคอและหางสีรุ้ง ตาสีชมพู มีคิวตี้มาร์คเป็นเมฆและสายฟ้า 3 สี คือ สีแดง, สีเหลือง และสีน้ำเงิน มีเต่าชื่อแทงค์ เรนโบว์แดชเป็นสาวเลือดร้อน นิสัยเหมือนผู้ชาย เป็นเพกาซัสที่บินเก่งมาก ชอบการแข่งขันและรักการผจญภัยมาก ไม่ชอบความสวย มีความกล้าหาญเป็นที่สุดจนบางครั้งก็นำพาความเดือดร้อนมาสู่กลุ่มเพื่อน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเป็นคนที่ไม่เคยคิดทิ้งหรือหักหลังเพื่อนแต่อย่างใด ชื่นชอบการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกีฬาและความสนุก ความใฝ่ฝันสูงสุดของเรนโบว์แดชคือการเข้าร่วมกับหน่วย วันเดอร์โบลท์และเธอทำมันได้สำเร็จ โดยเรนโบว์แดชเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี
แรริตี้ (Rarity)
ม้ายูนิคอร์นตัวสีขาว แผงคอและหางม้วนเกลียวสีครามไล่ระดับไปถึงสีม่วง ตาสีน้ำเงินและทาเปลือกตาด้วยสีฟ้าอ่อน มีคิวตี้มาร์คเป็นเพชรสีฟ้า 3 เม็ด มีแมวชื่อโอปอล์เซนส์ เป็นตัวละครที่ชื่นชอบในแฟชั่นและการออกแบบ รักความสวยงามและความสะอาด เธอมักจะเป็นยูนิคอร์นที่พูดจาอ่อนหวานและชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอถึงแม้จะดูขัดกับบุคลิกที่แสนเอาแต่ใจในบางที เธอมีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นของโลกโพนี่และมีร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นของตนเอง โดยแรริตี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
พิงค์กี้พาย (Pinkie Pie)
ม้าตัวสีชมพูอ่อน แผงคอและหางฟูฟ่องสีชมพูเข้ม ตาสีฟ้า มีคิวตี้มาร์คเป็นลูกโป่ง 3 ใบ โดยจะเป็นลูกโป่งสีฟ้า 2 ใบ และลูกโป่งสีเหลือง 1 ใบ เธอเป็นโพนี่ที่มีชีวิตชีวา กระตือรือร้น มีความสุข พูดเก่ง รักสนุกสนาน รักที่จะหัวเราะ ชื่นชอบงานปาร์ตี้และการทำเซอร์ไพร์สเป็นอย่างมาก แต่สำคัญคือ ในบรรดาตัวละครทั้งหมด เธอมีนิสัยรั่วมากที่สุดอีกด้วย เธอยังมีสัตว์เลี้ยงเป็นจระเข้ที่ไม่มีฟันชื่อ กัมมี่ เธอทำงานที่ร้านขายเค้ก ชูการ์คิวบ์ คอร์นเนอร์ โดยพิงค์กี้พายเป็นสัญลักษณ์แห่งเสียงหัวเราะ
ฟลัทเตอร์ชาย (Fluttershy)
ม้าเพกาซัสตัวสีเหลือง แผงคอและหางสีชมพูอ่อน ตาสีน้ำเงินอมเขียว มีคิวตี้มาร์คเป็นผีเสื้อสีชมพู 3 ตัว เธอมีนิสัยมีขี้อายแต่เธอชอบที่จะร้องเพลงและดูแลสัตว์ต่างๆ เธอมีสัตว์เลี้ยงหลักที่เป็นทั้งคู่หูและผู้ช่วยของเธอเป็นกระต่ายน้อยชื่อ แองเจิ้ล ด้วยนิสัยความมีเมตตากรุณาต่อสัตว์และสิ่งมีชิวิตทุกชีวิต เธอมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ที่มีสัตว์มาเกี่ยวข้อง แม้จะเห็นว่าเธอมีความอ่อนโยน แต่ฟลัทเตอร์ชายจะมีนิสัยขี้อายและขี้กลัว มีเสียงอันไพเราะ หากอยู่ในภาวะคับขันเธอจะกลายเป็นคนที่กล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อ โดยฟลัทเตอร์ชายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตา
สไปค์ (Spike)
มังกรที่มีเกล็ดสีม่วงอ่อนและแผงคอสีเขียว เป็นผู้ช่วยของทไวไลท์ในการคอยดูแลงานบ้านต่าง ๆ ในห้องสมุด รวมไปถึงช่วยเหลือเธอยามที่เธอต้องการอีกด้วย สไปค์อยู่ร่วมกับทไวไลท์มาตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์เหมือนพี่สาวกับน้องชายมาก เขาจะมีลักษณะนิสัยคล้ายพ่อบ้านเสียมากกว่า ครั้งแรกที่เจอแรร์ริตี้ เขาก็ตกหลุมรักเธอทันที สไปค์มักจะรับหน้าที่ในการเขียนจดหมายถึงเจ้าหญิงหญิงเซเลสเทีย โดยเขาจะสามารถใช้พลังไฟของตนเองในการส่งจดหมายไปหาองค์หญิงได้ในเวลารวดเร็ว เขาชอบช่วยเหลือม้าโพนี่ต่าง ๆ และคอยเป็นห่วงเพื่อน ๆ อยู่เสมอ
เนื้อหาส่วนนี้มาจากบทความ "มายลิตเติ้ลโพนี่: มิตรภาพอันแสนวิเศษ" ในวิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 (creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0) มีการตัดส่วนอ้างอิงและจัดรูปแบบใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ มีกี่ตอน?
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ มีทั้งหมด 221 ตอน รวม 9 ซีซัน สถานะปัจจุบัน: จบแล้ว
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ ฉายวันไหน?
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 10 ตุลาคม 2553
My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ ดูได้ที่ไหน?
ในประเทศไทยรับชม My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ แบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Netflix, Netflix Kids
หมวดแนะนำ: ซีรี่ย์เกาหลี 2026 · เรื่องถัดไป: Bunnytown
ซีรี่ย์ที่คล้ายกับ My Little Pony: Friendship Is Magic My Little Pony: มิตรภาพอันแสนวิเศษ
จบแล้ว 65 ตอน★ 6.6My Little Pony (1986)
จบแล้ว 123 ตอน★ 6.8Mickey Mouse Clubhouse มิคกี้ เม้าส์ คลับเฮ้าส์ (2006)
จบแล้ว 268 ตอน★ 7.6The Fairly OddParents เดอะแฟร์ลี่อ๊อดพาเร้นท์ (2001)
จบแล้ว 90 ตอน★ 8.1The Marvelous Misadventures of Flapjack การผจญภัยสุดระห่ำของแฟลปแจ็ค (2008)
จบแล้ว 98 ตอน★ 6.3Harvey Beaks (2015)
EP1/1★ 8.0Unicorn Academy โรงเรียนยูนิคอร์น (2023)
จบแล้ว 120 ตอน★ 7.6Yin Yang Yo! (2006)
★ 8.0Dungeons & Dragons (1983)
จบแล้ว 117 ตอน★ 7.4Hi Hi Puffy AmiYumi (2004)
EP49/49★ 8.6Bluey (2018)
จบแล้ว 91 ตอน★ 7.6The Ren & Stimpy Show (1991)
จบแล้ว 82 ตอน★ 7.8