
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ (2023)
ซีรี่ย์ญี่ปุ่นซีรี่ย์ 2023แอ็กชันผจญภัยไซไฟแฟนตาซีเด็ก
- ชื่อไทย
- ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- Ohsama Sentai King-Ohger
- ชื่อต้นฉบับ
- 王様戦隊キングオージャー
- ประเทศ
- ญี่ปุ่น
- ออกอากาศครั้งแรก
- 5 มีนาคม 2566
- จำนวนตอน
- 54 ตอน (2 ซีซัน)
- ความยาวต่อตอน
- ประมาณ 25 นาที
- สถานะ
- จบแล้ว
- ตอนล่าสุด
- EP50/50 (25 กุมภาพันธ์ 2567)
- ช่อง/แพลตฟอร์มต้นทาง
- tv asahi
- คะแนน TMDB
- 7.8/10 (19 โหวต)
เรื่องย่อ Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ เป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่น ปี 2023 มีทั้งหมด 54 ตอน สถานะจบแล้ว
เมื่อห้าราชันจากทั้งห้าอาณาจักร ต้องรับมือกับ "บัคนารัก" สัตว์ประหลาดใต้พิภพที่กลับมารุกรานอีกครั้งตามคำทำนาย แต่ทว่า ราชาแห่งอาณาจักรชูก็อดดอม "ราเคลส แฮสตี้" ผู้มีเบื้องหลังที่ชั่วร้าย กลับถูกสามัญชนแปลกหน้าอย่าง "กีระ" แย่งชิงดาบโอเจอร์คาลิเบอร์ แถมยังใช้แปลงร่างเป็นคิงโอเจอร์เข้าต่อสู้กับศัตรูร่วมกับราชันที่เหลือได้ซะอย่างนั้น? ตำนานบทใหม่ที่ต้องกำจัดศัตรูเก่า พร้อมโค่นล้มทรราชย์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ ดูได้ที่ไหน (ถูกลิขสิทธิ์)
ยังไม่พบข้อมูลผู้ให้บริการที่มีลิขสิทธิ์เรื่องนี้ในประเทศไทย ต้นทางออกอากาศทาง tv asahi เราจะอัปเดตทันทีเมื่อมีแพลตฟอร์มนำเข้ามาฉาย
นักแสดง Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์
酒井大成รับบท Gira Husty / Kuwagata Ohger
渡辺碧斗รับบท Yanma Gast / Tonbo Ohger
村上愛花รับบท Hymeno Ran / Kamakiri Ohger
平川結月รับบท Rita Kaniska / Papillon Ohger
佳久創รับบท Kaguragi Dybowski / Hachi Ohger
池田匡志รับบท Jeramie Brasieri / Spider Kumonos
志村知幸รับบท Desnarak VIII (voice)
ชินอิจิโร มิกิรับบท Kamejim Unka (voice)
矢野聖人รับบท Racules Husty / OhKuwagata Ohger
อากิระ อิชิดะรับบท Dagded Dujardin (Voice)- 清家利一รับบท Desnarak VIII / Dagded Dujardin (Body)
天野浩成รับบท Glodi Leucodium
ซีซันและรายชื่อตอน
รีวิว Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ จากทีมงาน
เจาะลึก Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์: เนื้อเรื่อง การสร้าง และเสียงวิจารณ์
ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ หรือ โอซามะเซ็นไต คิงโอเจอร์ (ญี่ปุ่น: 王様戦隊キングオージャー; เฮปเบิร์น: Ō-Sama Sentai Kingu-Ōjā; Ohsama Sentai King-Ohger) ในชื่อภาษาญี่ปุ่น เป็นละครโทคุซัทสึชุดของซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์ ลำดับที่ 47 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 9:30 น. - 10:00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2023 จนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 มีจำนวนตอนทั้งหมด 50 ตอน
ภาพรวม
เป็นผลงานลำดับที่ 47 ของซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์ โดยธีมหลักมีต้นแบบมาจากแมลง รวมกับราชา และอาณาจักรในเทพนิยาย ส่วนเนื้อเรื่องจะดำเนินอยู่ในโลกสมมุติ นอกจากนี้ คิงโอเจอร์ยังเป็นเรื่องแรกที่ชุดของสมาชิกหญิงไม่ใช้กระโปรง
องก์ 1 (ตอนที่ 1 - 26)
ณ ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ในอีกด้านของจักรวาล จิคิว มีคำทำนายในอดีตกล่าวว่า โลกจะถึงกาลอวสานในอนาคตอีก 2,000 ปีต่อมา จักรวรรดิ บั๊คนารัค ผู้ชั่วร้ายจะหวนกลับมา และทำลายล้างมนุษยชาติ ผู้นำของแต่ละอาณาจักร ได้รวมตัวกันเพื่อปกป้องดินแดนของตน เป็นเวลาหลายพันปีจวบจนปัจจุบัน ด้วยพลังอันลี้ลับจากหุ่นแมลงผู้พิทักษ์ ชูก็อด เหล่านักรบคิงโอเจอร์ จะรวมพลังกันช่วยกอบกู้อาณาจักรทั้ง 5
องก์ 2 (ตอนที่ 27 - 50)
2 ปี ต่อมา หลังจากที่การต่อสู้กับบั๊กนารัคสิ้นสุดลง เจรามี่ได้ขึ้นปกครองเป็นกษัตริยฺ์ของบั๊กนารัคและได้รับการสถาปนาเป็นอาณาจักรที่ 6 ของจิคิวอย่างเป็นทางการ ส่วน ยันมะ, ฮิเมโนะ, ริต้า และคากุรากิ ถูกคุมขังในกกคังเนื่องจากคดีอาชญากรรมที่แต่ละคนได้ก่อไว้ ในขณะเดียวกันราชาแมลงอวกาศ ดัคเดด ดูจาร์แดง ผู้นำของกลุ่มแมลงอวกาศได้รุกรานจิคิวแล้วทำลายเมืองในอาณาจักรบั๊กนารัคจนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เหล่าขบวนการจอมราชันจึงต้องรับมือกับศัตรูกลุ่มใหม่ทื่นำโดยดัคเดดและลูกน้องกลุ่มแมลงอวกาศ
ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์
ขบวนการที่ก่อตั้งขึ้นโดยราชาทั้ง 5 องค์ จากอาณาจักรข้ามพรมแดน เพื่อป้องกันภัยรุกรานอาณาจักรและปราบศัตรู ชื่อเต็มมีชื่อว่า "ขบวนห้าอาณาจักรเพื่อจัดการเหตุไม่ปกติและขึ้นกับจอมราชันโดยตรง" (五王国異様事案対策用戦略救命部隊)
กีระ ฮัสตี้ (ギラ・ハスティー)
ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งจะเป็นราชาในอนาคต บุรุษผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ และรักความยุติธรรม มาจากดินแดนต้นกำเนิดของเทพผู้พิทักษ์จักรกล ชูก็อดด้อม
ในอดีตเขาเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับมาชุบเลี้ยงในราชวังชูก็อดด้อม จนกระทั่งเติบใหญ่ กีระมีนิสัยที่โอบอ้อมอารี และเป็นมิตรกับทุกคน แต่แล้วเมื่อพวก บั๊กนารัค เข้ารุกราน เขาได้เห็นว่าราชาคนปัจจุบันอย่าง ราเคลส ฮัสตี้ ไม่ได้ตั้งอยู่ในความยุติธรรม ละเลยผู้คน และคิดจะยึดครอง 4 ดินแดนพันธมิตร โดยปล่อยให้บั๊คนารัคทำลายบ้านเมือง เขาจึงแย่ง โอเจอร์คาลิเบอร์ พร้อมกับผ้าคลุมมา และแปลงร่างเป็น คุวากาตะโอเจอร์ ทำให้ ก๊อดคุวากาตะ จากที่หลับใหลกลายเป็นศิลา กลับคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่าเขาถูก ราเคลส หมายหัวในฐานะกบฎต่อราชบัลลังก์ กีระเห็นดังนั้น จึงประกาศกร้าวว่า ถ้าหากการกดขี่ผู้อื่น คือความยุติธรรมที่ราเครสกล่าวอ้าง เขาก็จะขอเป็นราชาทรราชที่จะปฎิวัติ เพื่อนำสันติสุขกลับมาสู่ ชูก็อดด้อม เหมือนเช่นอดีต
อย่างไรก็ตามจากการตรวจ DNA ของกีระ กับ ราเคลส ความจริงได้เปิดเผยว่า กีระ แท้จริงคือ กีระ ฮัสตี้ เจ้าชายแห่งชูก็อดด้อม อนุชาแห่งกษัตริย์ ราเคลส ฮัสตี้ ต่อมาริต้าจึงตัดสินให้กีระไม่มีความผิด หลังจากที่เธอได้ไปสืบหาความจริงจากผู้คนที่รู้จักกีระ ผลคือทุกคนล้วนให้การตรงกันว่ากีระไม่ใช่คนเลวแต่อย่างใด เขาจึงพ้นผิด และรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณต่อริต้า เมื่อเป็นอิสระแล้ว กีระจึงเตรียมท้ารบกับราเคลส ผู้เป็นเชษฐา เพื่อแสดงเจตนารมในการเป็นผู้ชิงบัลลังก์
ขณะนั้นกีระสามารถปลุกก็อดสกอร์เปียนขึ้นมาได้สำเร็จ ทำให้พบว่า เขาสามารถสื่อจิตกับชูก็อดได้ด้วยตนเอง ทำให้สามารถควบคุมชูก็อดได้ทุกตน พวกบั๊คนาแรกจึงหมายจะชิงตัวกีระเพื่อใช้ความสามารถนี้เช่นกัน
จนได้รับการยอมรับจากยันมะ และ ฮิเมโนะ ในฐานะพวกพ้อง โดยพวกเขาเปิดโอกาสให้กีระหนี ซึ่งภายหลังก็ถูกริต้านำทหารจับกุม แต่การจับตัวกีระครั้งนี้ เพื่อตัดสินด้วยการจัดการประลองตัวต่อตัวตามกฎ ระหว่าง ราเคลส และ กีระ
หลังจากพ่ายแพ้การดวลกับราเคลส ซึ่งก็เป็นไปตามแผนของพวกฮิเมโนะ กีระก็ถูกพาตัวมาซ่อนโดย 4 ราชา โดยปัจจุบัน เขามีสถานะเทียบเท่าคนที่ตายไปแล้ว และต้องคอยหลบซ่อนตัวอยู่เนือง ๆ เมื่อพวกบั๊คนารัคออกอาละวาด เขาจึงจะปรากฎตัวมาช่วยเหล่าสมาชิกที่เหลือ
แต่แล้วในขณะที่ยันมะกำลังจะถูกสังหาร กีระก็พุ่งเข้ามาช่วยไว้ได้ทันท่วงที และเปิดเผยตัวอีกครั้ง ทำให้ทุกคนได้รู้ว่ากีระยังมีชีวิตอยู่ และคราวนี้เขากลับมาด้วยเจตจำนงอันแรงกล้า ที่จะช่วยพวกพ้องและเอาชนะราเคลสอย่างเด็ดขาด
ตอนที่ 21 เป็นต้นมา หลังชนะการดวลกับราเคลสเป็นที่ประจักษ์ กีระก็ได้รับการยอมรับจาก 5 ราชา และประชาชนชูก็อดด้อม กระทั่งได้เข้าพิธีราชาภิเษก ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งชูก็อดด้อมองค์ใหม่ อย่างเป็นทางการ เรื่องราวเหมือนจะจบด้วยดี แต่ทว่ากีระที่ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนมานาน กลับไม่ชินกับชีวิตราชนิกูล จึงต้องเรียนรู้การเป็นราชาโดยศึกษาจากราชาคนอืน ๆ แม้จะไม่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม แต่ราชาอีก 5 คนก็ยอมรับเขาในฐานะราชาของดินแดนพันธมิตร
หลังจากจบศึกกับบั๊กนารัคได้ 2 ปี กีระได้เปลี่ยนมาสวมเครื่องทรงราชาเต็มยศ และกลายเป็นราชาที่ชาวชูก็อดด้อมยกย่องอย่างภาคภูมิ ทว่าความสงบสุขก็พลันถูกทำลายโดยการรุกรานของพวกกลุ่มแมลงอวกาศศัตรูจากนอกอวกาศที่หมายทำลายจิคิว กีระจึงต้องรวมกำลังกับราชาอีก 5 คนรับศึกที่ใหญ่หลวงกว่าที่เคย จนกระทั่งในตอนที่ 40 ได้เผยว่า กีระคือมนุษย์ที่ถูกปลูกถ่าย DNA ของดัคเดดลงในร่างกายตั้งแต่เกิด จึงเป็นผลให้เขาสามารถสื่อสารกับชูก็อดได้ และมีร่างกายกึ่งอมตะ เปรียบเสมือนร่างอวตารของดัคเดด ดัคเดดจึงสามารถครอบงำและควบคุมกีระได้เช่นกัน
กีระมีประโยคเด็ดประจำตัวคือ "ตัวข้าผู้นี้ล่ะ จะปกครองโลกใบนี้เอง!" (俺様が世界を支配する!)
ชื่อของกีระ มีที่มาจากชื่อสายพันธุ์หนึ่งของด้วงเขี้ยวกาง giraffe stag beetle / Prosopocoilus giraffa
คุวากาตะโอเจอร์ (クワガタオージャー)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ กีระ ในฐานะราชา ชุดเกราะสีแดง มีสัญลักษณ์เป็น ด้วงเขี้ยวกาง ถนัดใช้ คิงส์เวพ่อน โหมดดาบ
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ คุวากาตะ! (Qua god!)
คิงคุวากาตะโอเจอร์ (キングクワガタオージャー)
ร่างเพิ่มพลังของคุวากาตะโอเจอร์ ที่สวมมงกุฏ โอเจอร์คราวน์ ที่คากุรากิชิงมาจากราเคลส และมามอบให้กีระ ชุดเกราะทั้งตัวเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม มีพลังต่อสู้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม อาวุธคือ โอเจอร์คราวน์แลนซ์
ยันมะ กัสต์ (ヤンマ・ガスト)
ราชาผู้มาจากอาณาจักรแห่งเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่ อึนโคโซปะ เขามีความเฉลียวฉลาดเป็นที่หนึ่ง มากพอ ๆ กับความทะนงตนของเขา ชื่นชอบความท้าทายและการแข่งขัน ภายนอกเขาอาจมีบุคลิกเหมือนนักเลงหัวไม้ชอบใช้กำลัง แต่ความจริงอาวุธคู่ใจของเขาคือ คอมพิวเตอร์แลปท็อปเครื่องเทพ ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาเอง แม้จะมีตำแหน่งเป็นราชา แต่ผู้คนชาว อึนโคโซปะ จะเรียกเขาว่า ท่านประธาน ระหว่างที่พักอยู่ที่ อิชาบานะ ยันมะได้แสดงออกว่าเขาแอบปลื้มในตัว ฮิเมโนะ ระหว่างที่หาทางซ่อมแซม ก็อดทงโบะ และ ก็อดคามากิริ ยันมะก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับฮิเมโนะ และได้ปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ในตอนที่ 17 หลังจากราเคลสประกาศว่าจะเจรจาสงบศึกกับบั๊คนารัค ทว่ากลับมีกลุ่มทหารบั๊คนารัคบุกโจมตีอึนโคโซปะ และยันมะก็ถูกราเคลสบังคับให้ยอมสวามิภักดิ์ต่อชูก็อดด้อม อย่างศิโรราบ และแน่นอนว่ายันมะไม่ยินยอม จึงต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต เพื่อต้านทานพวกบั๊กนารัคที่บุกเข้าตีตามข้อตกลงกับราเคลส เขาจึงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่กำลังจะถูกขุนพลไดกอร์กสังหาร กีระก็เข้ามาช่วยได้ทันเวลา ยันมะจึงหนีไปพร้อมกับชิโอคาระ เพื่อเข้ารับการพยาบาล
เหตุการณ์ผ่านไป 2 ปีเต็ม ยันมะได้เปลี่ยนสไตล์ของตนเองใหม่ โดยสวมแจ๊คเก็ตหนังตัวใหม่ และทำผมสีทองล้วน นอกจากนี้เขาได้เริ่มการทดลองกับชูก็อดครั้งใหญ่ ทำให้ไฟฟ้าจากทั้ง 5 อาณาจักรหายไป เขาจึงโดนริต้าตัดสินโทษจำคุกน้ำแข็งชั่วคราว
ในอดีต ยันมะเคยเป็นสามัญชนที่อาศัยในเขตสลัม กระทั่งเขาได้เติบโตและต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดอาณาจักร อึนโคโซปะ ในที่สุด
เมื่อไม่สบอารมณ์กับคนรอบข้าง ยันมะมักจะพูดวลีเด็ดประจำตัวว่า "ไอ้ทานูกิสมองกลวง" (スカポンタヌキ)
ชื่อของยันมะ มีที่มาจากคำว่า オニヤンマ ชื่อญี่ปุ่นของแมลงปอสายพันธุ์ Golden Ringed Dragonfly รวมกับชื่อวิทยาศาสตร์ของมัน "Anotogaster sieboldii"
ทงโบะโอเจอร์ (トンボオージャー)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ ยันมะ ในฐานะราชา ชุดเกราะสีน้ำเงิน มีสัญลักษณ์เป็น แมลงปอ ถนัดใช้ คิงส์เวพ่อน โหมดปืน
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ ทงโบะ! (Tone boy!)
ฮิเมโนะ รัน (ヒメノ・ラン)
ราชินีแห่งดินแดนศิลปะและการแพทย์ อิชาบานะ เธอเป็นคนที่เอาแต่ใจ และมักทำอะไรตามใจตนเองเสมอ ๆ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับอันตราย เธอก็ไม่ลังเลที่จะต่อสู้ปกป้องผู้อื่นเช่นกัน นอกจากนี้ ฮิเมโนะยังมีความรอบรู้ด้านการแพทย์ และสามารถทำการผ่าตัดรักษาผู้คนในอาณาจักรได้อย่างชำนาญ ฮิเมโนะ ได้มีโอกาสพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับยันมะ และเปิดใจเข้าหากันมากขั้น รวมไปถึงประชาชนของ อึนโคโซปะ และ อิชาบานะ ก็ได้สร้างความสมานฉันท์กันมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ฮิเมโนะยังสามารถสื่อสาร และควบคุม ก็อดสกอร์เปียน ได้สำเร็จ หลังจากที่กีระไม่สามารถควบคุมได้ เธอจึงกลายเป็นผู้ที่ ก็อดสกอร์เปียน เลือกในที่สุด และเกิดมีความคิดอยากจะได้ตัวกีระมาเป็นพวก เพื่อควบคุมชูก็อดทุกตนให้ต่อต้านราเคลส เธอจึงนัดหมายผู้นำอาณาจักรที่เหลืออย่างลับ ๆ มาวางแผนร่วมกัน โดยให้คากุรากิทำทีเป็นมอบหลอดยาพิษ ก็อดสกอร์เปียน ให้ราเคลส ก่อนการดวล โดยสลับกับยาสลบ จากนั้นเธอกับพรรคพวกที่ปลอมตัวก็จะแอบนำตัวกีระออกไป ทว่าแผนการกลับผิดพลาด เพราะคากุรากิแกล้งลืมสลับยาพิษของจริงกับของปลอม แต่เธอกับพรรคพวกก็พาตัวกีระมาได้สำเร็จ จนกระทั่งฮิเมโนะได้ทราบจากริต้าว่า เหตุการณ์ เทพเจ้าพิโรธ ในอดีตนั้นเป็นฝีมือของมนุษย์จริง ๆ เธอจึงมอบตุ๊กตามฟฟุน ลิมิเต็ด ให้เป็นของกำนัลแก่ริต้า เป็นการขอบคุณ แม้ว่าตอนแรกริต้าจะฝืนใจปฏิเสธ แต่ก็ได้รับมันไปในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างเธอกับริต้า
ในอดีตเมื่อเธอยังเยาว์วัย ได้เกิดเหตุการณ์โรคระบาดขึ้น พระบิดาและพระมารดาของเธอ ซึ่งเป็นราชา และ ราชินีแห่งอิชาบานะในสมัยนั้น ได้ออกช่วยเหลือผู้คนที่ล้มป่วย แต่ระหว่างนั้นได้มีบุคคลปริศนา ลอบปลงพระชนม์ทั้งคู่ด้วยการฉีดพิษร้ายแรงเข้าร่างกาย ราชา และ ราชินี สิ้นพระชนม์แทบจะในทันที เธอจึงอยู่อย่างโดดเดี่ยวตั้งแต่นั้นมา และพิษร้ายที่ว่านั้น เป็นพิษชนิดเดียวกันกับของ ก็อดสกอร์เปียน
2 ปีต่อมา หลังจบศึกบั๊กนารั๊ก ฮิเมโนะได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายของเธอเช่นกัน กลายเป็นเดรสสีเหลืองที่ดูลำลองกว่าครั้งก่อน แต่ทว่าเธอก็ถูกริต้าสั่งจำคุกชั่วคราว ในข้อหาใช้ดอกไม้ไฟจำนวน 1000 เมกะตัน ในการเฉลิมฉลองอิชาบานะ
ฮิเมโนะมีประโยคประจำตัวของเธอคือ "ความเห็นแก่ตนของข้านี่แหละ คือวิถีแห่งตัวข้าเอง" (ただ我がままに、我が道をゆく!)
ชื่อของฮิเมโนะ มีที่มาจากชื่อ ランハナカマキリ (Ranhanakamakiri) ตั๊กแตนสายพันธุ์ orchid mantis รวมกับชื่อวิทยาศาสร์ของมัน Hymenopus coronatus
คามากิริโอเจอร์ (カマキリオージャー)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ ฮิเมโนะ ในฐานะราชินี ชุดเกราะสีเหลือง มีสัญลักษณ์เป็น ตั๊กแตนตำข้าว ถนัดใช้ คิงส์เวพ่อน โหมดเคียว
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ คามากิริ! (Come and Kick it!)
ริต้า คานิสก้า (リタ・カニスカ)
กษัตรีแห่งดินแดนน้ำแข็ง กกคัง มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น ท่วงท่าเข้มแข็งเหมือนผู้ชาย และมีจิตใจแน่วแน่ที่จะขจัดความอยุติธรรม เธอเป็นคนเดียวที่สวมชุดปิดบังใบหน้า ในสายตาคนอื่น ๆ จึงดูแทบไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย นอกจากนี้ ริต้ายังได้รับการขนานนามว่า เป็นผู้นำที่ตั้งอยู่ในความเที่ยงธรรมมากที่สุดใน 5 อาณาจักร เธอจึงได้รับเลือกให้เป็นผู้พิพากษาเมื่อเกิดคดีความระหว่างพรมแดน และเช่นเดียวกับกรณีของกีระ ริต้าเองก็ถูกเชิญมาตัดสินเรื่องราวครั้งนี้แต่ด้วยความเป็นคนเถรตรงสุดขีด ทำให้ประชาชน กกคัง ต่างไม่พอใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก
เบื้องหลังบุคลิกอันเยือกเย็นของ กษัตรีแดนเหมันต์ ยังมีบุคลิกของสาวน้อยขี้เหงาอยู่ โดยริต้าได้เก็บความรู้สึกว้าเหว่ ความอ่อนไหว ไว้ในใจลึก ๆ เธอมีตุ๊กตาเยติตัวโปรดชื่อว่า มฟฟุน (もっふん) เป็นที่พักใจยามเหนื่อยล้า และเมื่อเธอถูกกดดันถึงขีดสุด เธอจะแผดเสียงออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด นอกจากนี้ริต้าได้เข้าร่วมแผนชิงตัวกีระของฮิเมโนะ โดยเป็นกรรมการตัดสินการดวล อย่างไรก็ตามหลังจากริต้าไขปริศนาสาเหตุคดี เทพเจ้าพิโรธ ได้ว่า เกิดจากฝีมือมนุษย์ เธอจึงได้รับตุ๊กตา มฟฟุน ลิมิเต็ดเอดิชั่น จากฮิเมโนะเป็นการขอบคุณ แต่เธอกลับปฏิเสธไปทั้งที่ในใจเธอเองก็อยากได้มาก ฮิเมโนะจึงทำทีเป็นวางมันทิ้งไว้แล้วเดินออกไป ตอนนั้นเอง ริต้าก็รับมันไปในที่สุดพร้อมกับคำขอบคุณอย่างเขินอาย เป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพระหว่างกษัตริย์ทั้ง 2 องค์
หลังจบศึกบั๊กนารัคไป 2 ปี ริต้าได้เปลี่ยนเสื้อโค๊ทตัวนอกของเธอ กลายเป็นเสื้อกั๊กสีดำขลิบม่วง ที่มีความคล่องตัวขึ้น พร้อมกับตัดผมสั้นลง แต่ยังปิดใบหน้าเหมือนเดิม หลังจากตัดสินโทษจำคุกราชาทั้ง 3 แล้ว เธอเองก็ตามเข้าไปอยู่ในคุกด้วย เหตุผลคือ เธอต้องการพักผ่อนจากงาน จึงเข้าไปอยู่กับพวกพ้องของเธอ ปล่อยให้มอร์โฟเนียจัดการงาน อยู่กับตุ๊กตามฟฟุนที่นั่งบัลลังก์แทนเธอ
ในตอนที่ 38 ริต้าตั้งใจจะยึดแดนกกคัง คืนจากพวกแมลงอวกาศ เธอจึงปลอมตัวเป็นไอดอลเข้าไปออดิชั่น เพื่อสืบความจริง ทำให้เราได้เห็นความสามารถของริต้าที่ซ่อนอยู่ นั่นคือลีลาการร้องเพลงและเต้นรำที่น่าหลงใหลของเธอ เป็นที่น่าอัศจรรย์สำหรับพวกพ้องคิงโอเจอร์ แม้แต่เจรามี่ยังต้องหลั่งน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่มให้กับเสน่ห์ของริต้า
ประโยคเด็ดของริต้า ซึ่งเป็นคติพจน์ของกกคังด้วย คือ "กกคัง หนักแน่นและไม่ไหวติง" (ゴッカンは不動なり)
ชื่อของริต้า มีที่มาจากชื่อของผีเสื้อสายพันธุ์ ルリタテハ (Ruritateha) รวมกับอีกชื่อหนึ่ง คือ Kaniska Canace.
อนึ่งแม้ว่าในเรื่องจะมีการแสดงออกค่อนข้างไปในเพศหญิง แต่ริต้านับเป็นตัวละครแรกที่เป็นตัวแทนของเพศกลาง ซึ่งยังคงใช้คำว่า เธอ (彼女) เป็นคำสรรพนาม
ปาปิญองโอเจอร์ (パピヨンオージャー)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ ริต้า ในฐานะกษัตรี ชุดเกราะสีม่วงอ่อน มีสัญลักษณ์เป็น ผีเสื้อ ถนัดใช้ คิงส์เวพ่อน โหมดหน้าไม้
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ ปาปิญอง! (Pop it on!)
เป็นสมาชิกของซูเปอร์เซ็นไตคนแรกที่ใช้ชุดสีม่วงโทนอ่อน (เพอร์เพิล) ซึ่งเป็นสีที่แทนความเป็นเพศกลาง
คากุรากิ ดีโบวสกี้ (カグラギ・ディボウスキ)
ราชาแห่งดินแดนเกษตรกรรม โทวฟุ ผู้มีนิสัยร่าเริง ฉลาด สุภาพ และเอาใจใส่ทุกคน ลักษณะเด่นคือ สวมชุดกิโมโนสีสันสดใส มีสไตล์การต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยากที่จะคาดเดาได้ แต่ส่วนใหญ่เขาชอบที่จะใช้วิธีประนีประนอมมากกว่าใช้กำลัง คากุรากิถือคติว่า หากจะปกป้องผู้คนของเขาแล้ว ต่อให้ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยม หรือวิธีสกปรก เขาก็จะทำ ในสายตาของสมาชิกคิงโอเจอร์ เขาจึงดูเหมือนคนปลิ้นปล้อนเชื่อถือไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายก็ตาม คากุรากิได้เดินทางมาพบราเคลส โดยราเคลสได้ให้สินบนกับคากุรากิ และใช้ให้เขาไปจับตัวกีระกลับมาลงโทษ โดยคากุรากิ ได้ส่งตัวกีระต่อให้กับริต้า เพื่อทำการพิพากษาต่อไป ต่อมาแม้ว่ากีระที่เขาจับมาตอนแรกจะพ้นผิด เขาก็ยังแสดงความยินดีด้วย และยังคงให้ความร่วมมือในการต่อสู้กับบั๊คนารัค และคากุรากิเองก็ได้ร่วมแผนชิงตัวกีระของฮิเมโนะ แต่เขาก็แกล้งทำเป็นลืมสลับยาพิษของจริงกับปลอม ด้วยจุดประสงค์ที่ไม่อาจมีใครรู้ได้ แต่เขาก็ยอมช่วยเหลือเป็นอย่างดี ขณะที่แอบวางแผนลับหลังนักรบคิงโอเจอร์คนอื่น ๆ ภายหลังเผยว่า คากุรากิ มีน้องสาว 1 คน ชื่อว่า สุซุเมะ ซึ่งเธอถูกราเคลสกักขังอยู่ภายในราชวังชูก็อดด้อม
หลังสงครามบั๊กนารั๊กจบลงไป 2 ปี คากุรากิเองก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เขายังคงสวมกิโมโนตัวเก่งเช่นเดิม แต่เขาเปลี่ยนไปไว้ผมยาวขึ้น และมีสีเงินแซมเล็กน้อย
คากุรากิเองก็ถูกริต้าสั่งจำคุกเช่นเดียวกับราชาอีก 2 คน แต่ด้วยข้อหา ใช้เครื่องจักรในการถางพื้นที่ทำไร่นา แต่กลับแจ้งว่าใช้กำลังคน
วลีเด็ดของคากุรากิคือ "ไม่ว่าวิธีไหน ก็ไม่เกี่ยง" (手段を選ばない) และ "เพื่อประชาชน ต่อให้มือสกปรกก็ยอม" (民のためには泥にまみれて手を汚す)
ชื่อของคากุรากิ มาจากชื่อของแตนสีดำชนิดหนึ่ง Vespa dybowskii หรือที่รู้จักกันในชื่อ แตน ดีโบวสกี้
ฮาจิโอเจอร์ (ハチオージャー)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ คากุรากิ ในฐานะราชา ชุดเกราะสีดำ มีสัญลักษณ์เป็น ผึ้ง ถนัดใช้ คิงส์เวพ่อน โหมดกรงเล็บ
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ ฮาจิ! (Hatch it!)
เจรามี่ บราซิเอรี่ (ジェラミー・ブラシエリ)
ชายหนุ่มผู้ลึกลับที่เรียกตัวเองว่า "นักเล่าเรื่องล้าสมัย" เขาคือผู้บรรยายเล่าเรื่องราวของคิงโอเจอร์ตั้งแต่เริ่มเรื่องว่า มีราชาและราชินีทั้ง 5 องค์ที่รวมพลังกันต่อสู้กับพวกบั๊กนารั๊ก ทั้งที่จริงแล้วมีราชาและราชินีทั้งหมด 6 องค์ด้วยกัน ปัจจุบันเขามีอายุถึง 2,000 ปี และเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์กับบั๊กนารั๊ก มีชื่อเต็มว่า เจรามี่ อิดโมนารัค เน บราซิเอรี่ (ジェラミー・イドモナラク・ネ・ブラシエリ) โดยในช่วงแรกที่ปรากฏนั้นเขาใส่ชุดขาวพร้อมสวมหน้ากากโลหะ ต่อหน้าพวก บั๊กนารัค พวกคิงโอเจอร์ทั้ง 5 เจรามี่ได้หลอกให้เดสนารัครวมมณี ชูก็อดโซลของเทพทั้ง 3 มา ก่อนที่เขาจะชิงมันไปเพื่อปลดหน้ากากพันธนาการของเขา และเปลี่ยนมันให้กลายเป็น คุโมนอสเลเยอร์ ซึ่งต่อมาในตอนที่ 12 เขาก็ได้ใช้มันแปลงร่างเป็น สไปเดอร์ คุโมนอส ราชานักรบคนที่ 6 แห่งคิงโอเจอร์ และเข้าต่อสู้กับนักรบคิงโอเจอร์อีก 5 คน ทว่าเป้าหมายของเขานั้นยังคงเป็นปริศนา ลักษณะเด่นของเจรามี่ คือ เขามีสไตล์การพูดจาที่สุภาพ และมีน้ำเสียงนุ่มนวล รวมถึงภาษาที่ใช้เช่นกัน นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ไม่ชอบความขัดแย้งเป็นที่สุด ข้อเสียของเขาคือ ชอบพูดจาอ้อมค้อม ต่อมาความจริงถูกเปิดเผยว่า เจรามี่เป็นลูกครึ่งมนุษย์ บั๊กนารัค ที่กำเนิดจาก พ่อที่เป็นราชาของแคว้นหนึ่งใน จิคิว และ แม่ผู้เป็นคนจากกลุ่ม บั๊กนารัค ชื่อว่า เนฟิล่า ทั้งสองได้ถูกต่อต้านโดยอาณาจักรอื่น จนต้องพาเจรามี่หลบหนีไปซ่อน และได้สวมหน้ากากโลหะ ซึ่งเป็นพันธนาการที่จะผนึกพลังพิเศษของเขาไว้ โดยเขามีชีวิตอยู่มานานแล้วถึง 2,000 ปี จนปัจจุบัน เขาจึงเผยตัวต่ออาณาจักรทั้ง 5 ในที่สุด
ในตอนที่ 25-26 เจรามี่ได้ทำข้อตกลงกับเดสนารัค โดยเขาจะขอท้าชิงบัลลังก์ เพื่อเป็นผู้ปกครองบั๊คนารัคคนต่อไป และเพื่อจบสงครามอันยาวนาน แต่สุดท้ายแล้ว แม้ว่าเจรามี่จะชนะการดวล แต่เขาก็ไม่สังหารเดสนารัค ในฐานะเป็นคนเผ่าพันธุ์เดียวกัน และเจรจาขอให้เดสนารัคยอมจำนน ขณะที่เดสนารัคกำลังจะยอมแพ้และสละบัลลังก์ให้เจเรมี่ เขาก็ถูกลอบสังหารโดยคาเมจิม หนอนบ่อนไส้ที่คอยโอกาสนี้มานาน เดสนาแรคถูกคฑาของคาเมจิมพุ่งเสียบทะลุอกจนถึงแก่ความตาย ก่อนที่เหล่าคิงโอเจอร์จะต่อสู้กับคาเมจิม และขับไล่มันไปได้สำเร็จ
หลังจบศึกบั๊กนารั๊กไปเป็นเวลา 2 ปี เจรามี่ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นราชาแห่ง จักรวรรดิบั๊กนารัค ซึ่งภายหลังได้สถาปนาให้เป็นอาณาจักรที่ 6 ของจิคิว ตั้งหน้าตั้งตาล้างมลทินให้กับเผ่าพันธุ์แม่ของตน พร้อมกับสร้างความปรองดองกับอาณาจักรทั้ง 5 ไปด้วย กระทั่งพบเข้ากับศัตรูที่มาจากนอกอวกาศ จนชาวบั๊กนารัคถูกกวาดล้างจนเกือบสูญสิ้น
เจรามี่มักประกาศตัวด้วยประโยคเด็ดของเขาว่า "ราชาผู้อยู่บนจุดกึ่งกลางของทุกสรรพสิ่งบนโลก (全てを統べて世界の運命を定める者。)"
ชื่อและนามสกุลของ เจรามี่ บราซิเอรี่ มีที่มาจากชื่อวิทยาศาสตร์ของแมงมุม 2 ชนิดประกอบกัน คือ Palaeotarbus jerami และ Idmonarachne brasieri
สไปเดอร์คุโมนอส (スパイダークモノス)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ เจรามี่ ในฐานะราชาคนที่ 6 ชุดเกราะสีขาว มีสัญลักษณ์เป็น แมงมุม ใช้ระบบแปลงร่างที่ต่างจากสมาชิกคิงโอเจอร์คนอื่น ๆ มีอาวุธหลักเป็น คุโมนอสเลเยอร์ และ เวโนมิกซ์ชู๊ตเตอร์
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ ไคโฮ! (Guy! Go!) สไปเดอร์คุโมนอส
ชูก็อดด้อม
ราเคลส ฮัสตี้ (ラクレス・ハスティー)
อดีตราชาแห่งชูก๊อดด้อม มีนิสัยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่คำนึงถึงชีวิตผู้คน และหวังครอบครองอาณาจักรอื่น ๆ เช่นกัน โดยวางแผนปล่อยให้พวก บั๊คนารัค บุกถล่มดินแดนทั้ง 5 แล้วฉวยโอกาสยึดครองในคราวเดียว กระทั่ง กีระ ได้ชิงดาบ โอเจอร์คาลิเบอร์ กับผ้าคลุมของเขามา และประกาศว่าจะยึดอำนาจ ราเคลส จึงสั่งให้ทหารจับกีระในข้อหากบฎ ระหว่างที่เกิดเหตุโกลาหลเขาก็ยังคงเล่นละครเป็นราชาผู้เป็นห่วงราษฎร ทำให้ผู้คนยังเชื่อว่าเขาเป็นคนดี อย่างไรก็ตามได้เผยว่า กีระ คือน้องชายแท้ ๆ เขาก็ไม่ใส่ใจ ซ้ำยังแกล้งทำทีเป็นห่วงน้องต่อหน้าคนอื่น ๆ ขณะที่คิดกำจัดกีระไปให้พ้นทาง เพื่อไม่ให้ขัดขวางแผนการใหญ่ของตน และเมื่อประกาศร่วมมือบั๊กนารัคในการบุกประเทศได้สำเร็จราเคลสถูกเดสนารัคตลบหลัง โดยเข้ายึดราชวังชูก็อดด้อม และทำร้ายราเคลสจนต้องกระเสือกกระสนหนีไป แต่ก็เจอเข้ากับพวกยันมะ และ เจเรมี่ ยันมะได้จัดการแก้แค้นโดยทำให้ราเคลสอับอายขายหน้า ก่อนจะปล่อยไป แต่กีระกลับไม่ยอม และท้าให้ราเคลสดวลตัดสินกับเขาอีกครั้ง และในครั้งนี้กีระเป็นฝ่ายได้เปรียบ จนกระทั่งสามารถชนะการดวล แต่กีระกลับไม่ลงมือ และหวังเจรจาให้ราเคลสยอมจำนน ซึ่งตอนนั้นดูเหมือนว่าราเคลสจะยอมแต่โดยดี แต่เขากลับหันดาบใส่กีระอีกครั้ง และโจมตีใส่อย่างไม่ลดละ กีระจึงตระหนักได้ว่า ผู้ที่เคยเป็นพี่ชายได้จากไปแล้ว จึงทุ่มกำลังทั้งหมด จัดการราเคลสจนกระทั่งตกหน้าผาและหายสาบสูญไป
ราเคลสกลับมาอีกครั้งในฐานะ ชูโกคาเม็น ซึ่งดัคเดดเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกลับมาของเขาในครั้งนี้ และแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมอำนาจของชูก็อดด้อม แทนที่กีระ ซึ่งกีระจะต้องชิงบัลลังก์กลับมาจากพี่ชายให้ได้อีกครั้ง
อนึ่ง ราเคลสมีดาบ โอเจอร์คาลิเบอร์ซีโร่ มีลักษณะต่างจากดาบ โอเจอร์คาลิเบอร์ ของ 5 สมาชิกหลักเล็กน้อย โดยมีสีทอง และมีสวิตช์คุวากาตะเพียงอันเดียว
ในช่วงท้ายเรื่องได้เผยว่า แท้จริงแล้วราเคลสไม่ได้เป็นคนชั่วแต่อย่างใด เขาวางแผนทั้งหมดตั้งแต่อายุ 20 ปี เพื่อทวงคืนโลกจากการยึดครองของพวกแมลงอวกาศ โดยเสแสร้งเป็นราชาผู้ชั่วร้าย เพื่อชักนำให้กีระกลายเป็นราชาที่แข็งแกร่ง เนื่องจากกีระเป็นกุญแจเพียงหนึ่งเดียวที่จะเอาชนะดัคเดดได้ หลังจากที่แผนการของเขาเข้าใกล้ความสำเร็จ ราเคลสจึงเผยตัวจริง และหันมายืนเคียงข้างเหล่าคิงโอเจอร์คนอื่น ๆ เตรียมเผชิญหน้ากับศึกสุดท้าย ที่จะชี้ชะตาของจิคิวและมวลมนุษยชาติ
แม้ว่าทั้งหมดที่เขาทำไป จะถือเป็นวีรกรรมครั้งใหญ่ แต่ราเคลสก็มองว่า ความสูญเสียที่เกิดจากเขานั้นใหญ่เกินกว่าจะให้อภัยได้ หลังจบศึก เขาจึงยอมรับโทษจำคุกที่ก๊กคัง ถึงกระนั้นเขาก็มีความสุขมากกว่าตอนที่ครองอำนาจ เพราะว่าเขามีภรรยาอย่าง สุซุเมะ เคียงข้าง และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่มีพันธะใด ๆ
ชื่อของราเคลส มาจากสายพันธุ์หนึ่งของด้วง Hercules หรือ ヘラクレス
โอคุวากาตะโอเจอร์ (オオクワガタオージャー)
ร่างแปลงคิงโอเจอร์ของ ราเคลส ในฐานะราชา ชุดเกราะคล้าย คุวากาตะโอเจอร์ ของกีระ แต่ชุดเป็นสีเงิน มีสัญลักษณ์เป็น ด้วงเขี้ยวกาง
คิงโอคุวากาตะโอเจอร์ (キングオオクワガタオージャー)
ร่างเพิ่มพลังของโอคุวากาตะโอเจอร์ ที่สวมมงกุฏ โอเจอร์คราวน์ ชุดเกราะเปลี่ยนเป็นสีทองสลับเงิน อาวุธคือ โอเจอร์คราวน์แลนซ์ มีพลังโจมตีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า
ดูก้า (ドゥーガ)
องครักษ์ของ ราเคลส ฮัสตี้ โดดเด่นด้านบู๊ หลังจากกีระขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ดูก้าก็รับหน้าที่เป็นทั้งองค์รักษ์และพี่เลี้ยงไปในตัว
โบชิมาร์ล (ボシマール)
องครักษ์ของ ราเคลส ฮัสตี้ โดดเด่นด้านบุ๋น ตัวจริงถูกคาเมจิมสังหารไปเป็นเวลานานแล้ว ที่เห็นอยู่นี้คือ คาเมจิมที่ปลอมตัวมาเพื่อเป็นไส้ศึก คอยรายงานความเคลื่อนไหวพวกคิงโอเจอร์ ให้กับฝ่ายบั๊กนารัคจากในชูก็อดด้อม
โคกาเนะ (コガネ)
เด็กสาวชาวบ้านผู้เป็นเพื่อนสนิทของ กีระ มักจะมาเล่นกับเด็ก ๆ พร้อมกับกีระอยู่บ่อย ๆ เธอถูกลูกหลงจากซากปรักหักพัง ระหว่างที่พวก บั๊คนารัค บุกโจมตี แต่กีระช่วยไว้ได้ทันก่อนจะหมดสติไป หลังจากกีระถูกยันมะพาตัวไป เธอกับน้องชายก็ถูกทหารของราเคลส จับเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้ส่งตัวกีระกลับมา
ในยามที่กีระท้อแท้หรือหมดกำลังใจ โคกาเนะคือกำลังใจสำคัญของเขา เธอคือผู้ที่มีบทบาทในการช่วยผลักดัน ให้กีระกลับมาต่อสู้ได้อีกครั้ง
บูน (ブーン)
น้องชายของโคกาเนะ ในศึกเดสนารัคที่ 8 ใต้พิภพ ได้มีโอกาสควบคุมชูก็อดร่วมกับพลเมืองอาณาจักรทั้ง 5 และบักนารัคทั้ง 2
เวดาเรีย (ベダリア)
นักวิจัยหญิงประจำราชวังชูก็อดด้อม ผู้รับใช้ราชวงศ์ฮัสตี้มานาน เธอถูกราเคลสสังหาร หลังถูก ชิเดจิม เข้าสิงร่าง
เดโบนิก้า (デボニカ)
นักบวชหญิงผู้มีความสามารถติดต่อกับโลกหลังความตายได้ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของกีระ ชอบกินเค้กเป็นชีวิตจิตใจ เดโบนิก้าได้หายตัวไปก่อนที่กีระจะได้เป็นนักรบคิงโอเจอร์ แต่แล้วหลังจากที่กีระขึ้นครองราชย์ เดโบนิก้าก็กลับมาอีกครั้ง และชักนำให้กีระพร้อมกับพรรคพวกคิงโอเจอร์ เดินทางข้ามไปยังโลกหลังความตาย เพื่อผ่านบททดสอบต่าง ๆ ก่อนจะกลายเป็นราชาเต็มตัว
ในตอนท้ายเรื่อง เดโบนิก้าได้นำทัพอดีตกษัตริย์แห่งจิคิวทุกคน ข้ามภพมาเพื่อร่วมรบในศึกสุดท้ายด้วยเช่นกัน
โคฟุคิ (コフキ)
คอซัส ฮัสตี้ (コーサス・ハスティー)
อดีตราชาแห่งชูก็อดด้อม พระบิดาของราเคลส และกีระ ฮัสตี้ เป็นผู้ริเริ่มวางแผนต่อต้านกลุ่มแมลงอวกาศ หลังจากมเหสีของเขาถูกดัคเดดฝังยีนไว้ ตอนที่ตั้งครรภ์กีระ เขาก็เริ่มเคลื่อนไหว โดยแสร้งทำเป็นว่าจะสังหารกีระ แต่ราเคลสวัยเยาว์ได้ห้ามเอาไว้ พร้อมกับพาน้องชายหนีออกจากราชวัง ขณะเดียวกัน ดัคเดดก็ส่งพรรคพวกบุกเข้ามาในราชวัง เพราะรู้ถึงแผนการต่อต้าน กษัตริย์คอซัสได้แปลงร่างเป็น โอคุวากาตะโอเจอร์ และต่อสู้กับพวกทหารซานากิมอย่างถวายชีวิต ขณะที่กำลังประชวร จนสิ้นพระชนม์ในที่สุด
อึนโคโซปะ
ชิโอคาระ (シオカラ)
1 ใน 4 ของทีม ผู้ช่วยคนสนิทของ ยันมะ แม้จะเป็นคนขี้โวยวาย แต่ก็สามารถพึ่งพาได้ และยังเป็นคนที่ยันมะไว้วางใจมากที่สุด
ในตอนที่ 35 เผยว่า ก่อนที่จะสร้างอึนโคโซปะเป็นอาณาจักรที่พัฒนาจนปัจจุบัน เดิมเป็นหัวหน้านักเลงร่วมกับ 3 คนมาก่อน หลังจากเหตุการณ์นั้น ชิโอคาระนิสัยเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จนอาณาจักรล่มสลายจากการใช้หมวกจับเท็จ
อักกะ (アッカ)
1 ใน 4 ของทีม ใส่ชุดแขนกุดสีแดง นิสัยเหมือนนักเลง ใจร้อนมุทะลุ ตอนแรกชอบกวนประสาทอยากท้าดวลกับยันมะ ต่อมาได้ เป็น 1 ใน 4 ลูกน้องของอึนโคโซปะมาโดยตลอด
อุสุบะ (ウスバ)
1 ใน 4 ของทีม เป็นมันสมองเบอร์2 ใส่ชุดคล้ายๆ ชิโอคาระแต่ดูเนิร์ดกว่า ช่วยซ่อมแซมบำรุงชูก็อดร่วมกับยันมะได้เป็นอย่างดี
มายูตะ (マユタ)
1 ใน 4 ของทีม เป็นหญิงคนเดียวในกลุ่ม เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเป็นทุนเดิม ซึ่งทีแรกไม่พอใจในตัวยันมะ และมาท้าดวล แต่เมื่อเห็นฝีมือของยันมะเป็นที่ประจักษ์ พวกเขาก็ยอมรับในตัวราชาแห่งอึนโคโซปะผู้นี้ ต่อมาก็ได้กลายเป็นกลุ่มเพื่อนของยันมะ และคอยให้การสนับสนุนอยู่ตลอด
อิชาบานะ
เซบาสเตียน (セバスチャン)
พ่อบ้านและผู้ช่วยส่วนตัวของฮิเมโนะ มีชื่อจริงว่า โรมาเนะ เดียร์บอร์น (ロマーネ・ディアーボーン) เขามักจะเอือมระอา กับความเอาแต่ใจของฮิเมโนะเป็นประจำ แม้ว่าลักษณะภายนอกของเขาจะเหมือน ชายวัยกลางคน แต่เขามักบอกผู้อื่นว่าตนมีอายุ 25 ปี
อย่างไรก็ตามได้เผยว่า แท้จริงแล้วเซบาสเตียนไม่ได้เป็นชายวัยกลางคนอย่างที่เขาพูดจริง โดยรูปร่างจริงของเขาคือชายหนุ่มรูปงาม โรมาเนะ เดียร์บอร์น ผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นคู่หมายของราชินีฮิเมโนะ แต่เขากลับน้อยเนื้อต่ำใจในสถานะชีวิตตนเอง จนเกือบจะทำร้ายตนเองให้เสียโฉม แต่ฮิเมโนะเข้ามาหยุดไว้ทันและเกลี้ยกล่อมจนเขาเข้าใจ จึงได้ทำการแปลงโฉมเขาให้เหมือนชายวัยกลางคน และมาเป็นพ่อบ้านในราชวังอิชาบานะจนปัจจุบัน
เอเลแกนซ์ โมน (エレガンス・モーン)
หัวหน้าพยาบาลประจำอาณาจักรอิชาบานะ มีความสามารถดูแลคนไข้เทียบเท่าความสามารถของฮิเมโนะ
คลีโอ เออร์บาร์นัส (クレオ・ウルバヌス)
หัวหน้าเมดที่รับใช้ฮิเมโนะ เปรียบเสมืยนหัวเรือเมดใหญ่ของอาณาจักรอิชาบานะ มีหน้าที่แจ้งเตือนศัตรูในอาณาจักรให้ฮิเมโนะได้รับทราบ
ดี๊ด (ディード)
อดีตราชาแห่งอิชาบานะ พระบิดาของฮิเมโนะ ถูกสังหารโดยกลอดี้ ในเหตุการณ์เทพเจ้าพิโรธ
เมทัลลี่ (メタリー)
อดีตราชินีแห่งอิชาบานะ พระมารดาของฮิเมโนะ ถูกสังหารโดยกลอดี้พร้อมกับพระสวามี
กกคัง
มอร์โฟเนีย (モルフォーニャ)
ผู้ช่วยส่วนตัวของริต้า มีลักษณะเด่นคือ สวมแว่น และชุดสีม่วงพร้อมหมวก เธอมีบุคลิกร่าเริงแทบจะตลอดเวลา และคอยติดตามรับใช้ริต้าอยู่ไม่ห่าง มอร์โฟเนียมักจะรู้สึกเบื่อหน่ายที่ริต้าใช้งานเธอหนักอยู่คนเดียว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเป็นห่วงริต้าที่ชอบแบกภาระทุกอย่างไว้คนเดียว จนกระทั่งเธอได้แสดงความเป็นห่วงต่อริต้า ด้วยการกอด ตามคำแนะนำของกิระ ทำให้ริต้ามีกำลังใจมากขึ้น
คาร์ราส เดอฮาน (カーラス・デハーン)
อดีตกษัตรีแห่งกกคัง ตุลาการสูงสุดคนก่อนหน้าริต้า เธอเป็นผู้ชุบเลี้ยงริต้าตั้งแต่เล็ก ในเหตุการณ์ เทพเจ้าพิโรธ เธอได้เสียชีวิตลง หลังส่งต่อพลังให้ริต้า เพื่อขึ้นเป็นตุลาการสูงสุดคนต่อไป แม้จะยังเยาว์วัยก็ตาม
ในตอนท้าย คาร์ราสได้กลับมาจากโลกหลังความตาย และแปลงร่างเป็น ปาปิญองโอเจอร์ ร่วมกับอิโรกิ เข้าปะทะกับกองทัพของดัคเดด
ชิรอน (シロン)
ดยุ๊คแห่งกกคัง สวามีของคาร์ราส ในอดีตเคยเป็นหมอจากอิชาบานะ เขาคือผู้ร่วมเลี้ยงดูริต้ากับคาร์ราสมาตั้งแต่เด็ก เขาถูกตัดสินโทษจำคุกในข้อหาปลงพระชนม์ ซึ่งริต้าเป็นผู้ตัดสินเอง
เนื้อหาส่วนนี้มาจากบทความ "ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์" ในวิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 (creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0) มีการตัดส่วนอ้างอิงและจัดรูปแบบใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ มีกี่ตอน?
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ มีทั้งหมด 54 ตอน รวม 2 ซีซัน สถานะปัจจุบัน: จบแล้ว
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ ฉายวันไหน?
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 5 มีนาคม 2566
Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ ดูได้ที่ไหน?
ขณะนี้ยังไม่พบแพลตฟอร์มที่มีลิขสิทธิ์ Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์ ในประเทศไทย
หมวดแนะนำ: ซีรีย์ฝรั่งน่าดู · เรื่องถัดไป: Danko&Danta, Cardboard Craft Creations!
ซีรี่ย์ที่คล้ายกับ Ohsama Sentai King-Ohger ขบวนการจอมราชัน คิงโอเจอร์
จบแล้ว 51 ตอน★ 7.5Hyakujuu Sentai Gaoranger ขบวนการสรรพสัตว์ กาโอเรนเจอร์ (2001)
จบแล้ว 973 ตอน★ 7.1Power Rangers (1993)
จบแล้ว 49 ตอน★ 7.5Samurai Sentai Shinkenger ขบวนการซามูไร ชินเคนเจอร์ (2009)
จบแล้ว 50 ตอน★ 8.8Avataro Sentai Donbrothers ขบวนการอวาทาโร่ ดงบราเธอร์ส (2022)
จบแล้ว 55 ตอน★ 8.3Dengeki Sentai Changeman (1985)
จบแล้ว 49 ตอน★ 8.3Choujuu Sentai Liveman ขบวนการสุดยอดสรรพสัตว์ ไลฟ์แมน (1988)
จบแล้ว 51 ตอน★ 7.7Kaizoku Sentai Gokaiger ขบวนการโจรสลัด โกไคเจอร์ (2011)
จบแล้ว 50 ตอน★ 7.9Special Investigation Robo Janperson (1993)
จบแล้ว 50 ตอน★ 7.6Choushinsei Flashman (1986)
จบแล้ว 50 ตอน★ 6.5Engine Sentai Go-Onger ขบวนการเอนจิน โกออนเจอร์ (2008)
จบแล้ว 52 ตอน★ 8.2Ultraman Tiga อุลตร้าแมนทีก้า (1996)
จบแล้ว 52 ตอน★ 8.0