
Mobile Suit Gundam SEED (2002)
อนิเมะญี่ปุ่นซีรี่ย์ 2002แอ็กชันผจญภัยแอนิเมชันไซไฟแฟนตาซีสงครามการเมือง
- ชื่อภาษาอังกฤษ
- Mobile Suit Gundam SEED
- ชื่อต้นฉบับ
- 機動戦士ガンダムSEED
- ประเทศ
- ญี่ปุ่น
- ออกอากาศครั้งแรก
- 5 ตุลาคม 2545
- จำนวนตอน
- 100 ตอน (2 ซีซัน)
- ความยาวต่อตอน
- ประมาณ 24 นาที
- สถานะ
- จบแล้ว
- ตอนล่าสุด
- EP50/50 (1 ตุลาคม 2548)
- ช่อง/แพลตฟอร์มต้นทาง
- MBS, TBS
- เรตผู้ชม
- TV-PG
- คะแนน TMDB
- 7.6/10 (65 โหวต)
เรื่องย่อ Mobile Suit Gundam SEED
Mobile Suit Gundam SEED เป็นอนิเมะญี่ปุ่น ปี 2002 มีทั้งหมด 100 ตอน สถานะจบแล้ว
ยุคจักรวาลที่ 71 มนุษยชาติได้พัฒนาเป็นสองสายพันธุ์ย่อย ได้แก่ เผ่าพันธุ์ธรรมชาติ (Naturals) ที่อาศัยอยู่บนโลก และเผ่าพันธุ์ผู้ประสานงาน (Coordinations) มนุษย์ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุกรรมให้สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของอวกาศ ซึ่งอาศัยอยู่ในอาณานิคมโคจรที่เรียกว่า PLANTs เรื่องราว revolves รอบตัวผู้ประสานงานหนุ่มชื่อ คิระ ยามาโตะ ผู้ซึ่งเข้าไปพัวพันกับสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ หลังจากที่อาณานิคมอวกาศที่เป็นกลางซึ่งกำลังพัฒนาโมบิลสูทให้กับพันธมิตรโลกอย่างลับๆ ถูกโจมตีโดยกองกำลังทหารของ PLANTs ที่ชื่อว่า ZAFT
Mobile Suit Gundam SEED ดูได้ที่ไหน (ถูกลิขสิทธิ์)
สตรีมมิ่ง (สมาชิก)
Crunchyroll
เปิดแอปหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการแล้วค้นหาชื่อเรื่องนี้ได้เลย ข้อมูลผู้ให้บริการในประเทศไทยจาก JustWatch อาจเปลี่ยนแปลงตามสัญญาลิขสิทธิ์ของแต่ละแพลตฟอร์ม
นักแสดง Mobile Suit Gundam SEED
โทชิฮิโกะ เซกิรับบท Rey Za Burrel (voice)
อากิระ อิชิดะรับบท Athrun Zala (voice)
โซอิจิโร โฮชิรับบท Kira Yamato (voice)
ริเอะ ทานากะรับบท Meer Campbell (voice)
進藤尚美รับบท Cagalli Yula Athha (voice)
โคะโตะโนะ มิสึอิชิรับบท Murrue Ramius (voice)
ทาเกฮิโตะ โคยาซุรับบท Mu La Flaga / Neo Roanoke (voice)
เมงูมิ โทโยงูจิรับบท Miriallia Haw (voice)
โฮโกะ คูวาชิมะรับบท Natarle Badgiruel (voice)
โทโมกาซุ เซกิรับบท Yzak Joule (voice)
笹沼晃รับบท Martin DaCosta (voice)
千葉一伸รับบท Ledonir Kisaka (voice)
ซีซันและรายชื่อตอน
- Mobile Suit Gundam SEED Season 150 ตอน · 5 ตุลาคม 2545
- Mobile Suit Gundam SEED Season 250 ตอน · 9 ตุลาคม 2547
รีวิว Mobile Suit Gundam SEED จากทีมงาน
เจาะลึก Mobile Suit Gundam SEED: เนื้อเรื่อง การสร้าง และเสียงวิจารณ์
โมบิลสูท กันดั้ม ซี้ด (อังกฤษ: Mobile Suit Gundam SEED) (เรียกย่อ ๆ ว่า กันดั้มซี้ด) เป็นอนิเมะฉายทางโทรทัศน์ในประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในอนิเมะตระกูลกันดั้ม ของสตูดิโอซันไรส์ แต่
ดำเนินเรื่องในจักรวาลเฉพาะที่ใช้ชื่อศักราชว่า Cosmic Era แยกจากกันดั้มตอนอื่น ๆ ความยาว 50 ตอน ฉายระหว่าง ค.ศ. 2002-2003 ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยเป็นของบริษัท DEX และเคยฉายทางไอทีวี ในปี พ.ศ. 2547 ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง ASTV3 Happy Variety Channel ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.30-18.00 น. ในปี พ.ศ. 2552 ยังได้ออกอากาศทางช่อง 5 อีกครั้งด้วย และล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ออกอากาศทางช่อง 9 กด 30 ในรายการช่อง 9 การ์ตูน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 7.00-7.30 น.
โมบิลสูท กันดั้ม ซี้ด มีภาคต่อที่ชื่อว่า โมบิลสูท กันดั้ม ซี้ดเดสทินี และมีภาคเสริมหรือ Side Story คือ โมบิลสูท กันดั้ม ซี้ดแอสเทรย์ กับ กันดั้มซี้ด C.E.73 สตาร์เกเซอร์
หลังจากนั้นก็มีภาคพิเศษ Gundam Seed Special Edition ออกมาทั้งหมด 3 ตอนจบ ซึ่งเป็นการนำเนื้อเรื่องเดิมมาตัดต่อใหม่ให้กระชับขึ้น และเพิ่มฉากใหม่ ๆ เข้าไป ซึ่งบริษัท DEX ก็ยังเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เหมือนฉบับโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังมีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการสร้างกันดั้มชุด SEED นี้ ออกมาเป็นแบบภาพยนตร์
เรื่องย่อ
ไฟแห่งสงครามที่ครุกกรุ่นกำลังจะโหมกระพือในอีกไม่นานนี้..เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามระหว่าง เนเชอรัล และ โคออร์ดิเนเตอร์. โคออร์ดิเนเตอร์ หรือ มนุษย์ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม ให้มีความสามารถสูงขึ้นกว่าปกติ ในขณะที่ เนเชอรัล หรือ มนุษย์ซึ่งเกิดตามแบบธรรมชาติ เริ่มมีความอิจฉาริษยาในความสามารถของพวกเขา ความอิจฉาริษยานั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียด และก่อให้เกิดกลุ่มผู้ต่อต้านโคออร์ดิเนเตอร์หรือ บลูคอสมอส (Blue Cosmos) เพราะเหตุนี้ เหล่าโคออร์ดิเนเตอร์จึงได้สร้างโคโลนี่ในอวกาศขึ้นมาเรียก แพลนท์ (PLANT : Productive Ally on Nexus Technology) และเพราะเหตุนี้ทำให้โคออร์ดิเนเตอร์ที่เคยอาศัยบนโลกนั้น เริ่มเหลือน้อยลงทุกที
ในที่สุด ไฟแห่งสงครามก็ระเบิดขึ้น ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ CE (Cosmic Era) 70 สามวันหลังจากการประกาศสงครามระหว่างฝ่ายสหพันธ์โลก (OMNI : Oppose Militancy & Neutralize Invasion Enforcer) และ กองทหารของเหล่าโคออร์ดิเนเตอร์ หรือ ซาฟท์ (ZAFT : Zodiac Alliance of Freedom Treaty) ฝ่ายสหพันธ์โลกเริ่มโจมตีแพลนท์เป็นครั้งแรก และใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายโคโลนี่ที่มีชื่อว่า "ยูนิอุสเซเว่น (Junius Seven) " ซึ่งเป็นแพลนท์ทางด้านเกษตรกรรม ผู้คนบริสุทธิ์กว่า 200,000 ราย ต้องเสียชีวิต (243,721 คน) จนถูกกล่าวขานว่าเป็นเหตุการณ์ " วาเลนไทน์ เลือด (Bloody Valentine) " ทำให้ฝ่ายแพลนท์ตัดสินใจใช้ N-Jammer (Neutron Jammer) ซึ่งสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอนุภาคนิวตรอน ทำให้ยับยั้งปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้ โดยแพลนท์ยิงฝัง N-Jammer ลงใต้พื้นดินทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพลังงานอย่างมาก และคลื่นวิทยุบนโลกก็ถูกรบกวนจนใช้การได้ลำบาก
ไฟแห่งสงครามที่ก่อตัวขึ้น และจบลงในอีก 11 เดือนต่อมา โดยฝ่ายแพลนท์ได้รับชัยชนะในหลายๆ พื้นที่ในโลก ซึ่งหลังจากสงครามครั้งนี้สงบลง เรื่องราวต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น
คิระ ยามาโตะ ตัวเอกของเรื่อง เป็นนักเรียนวิศวกรรมหุ่นยนต์ของเฮลิโอโพลิส (Heliopolis) โคโลนี่ของออร์บ ซึ่งเป็นประเทศเป็นกลาง ที่กำลังใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างสงบสุข จนกระทั่งถูกฝ่ายซาฟท์ที่นำโดยพันเอกครูเซ่เข้าโจมตี หลังจากค้นพบว่า ออร์บได้พัฒนาโมบิลสูทและยานรบรุ่นใหม่(อาร์คแองเจิ้ล) ร่วมกับสหพันธ์โลกภายในโรงงานหลักของมอร์เก้นเรท (Morgenroete) โดยซาฟท์มีจุดประสงค์ที่จะขโมยโมบิลสูททั้ง 5 เครื่อง (สไตรค์, ดูเอล, บัสเตอร์, อีจิส และบลิทซ์) ยกเว้นเพียงตัวสุดท้ายเท่านั้นที่คิระบังเอิญได้ขึ้นบังคับ นามของมันคือ สไตรค์ จนกระทั่งนำไปสู่สงครามกับเหล่าโมบิลสูทอีก 4 เครื่องที่เหลือ โดยคิระเรียกชื่อโมบิลสูท สไตรค์ว่า "กันดั้ม (Gundam) " จากตัวอักษรนำหน้าข้อความที่ปรากฏในมอนิเตอร์ห้องนักบินตอนเข้าระบบปฏิบัติการของโมบิลสูท คิระ ซึ่งเป็นโคออร์ดิเนเตอร์ ได้แสดงความสามารถปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการที่ยังไม่สมบูรณ์ของสไตรค์ในเวลาคับขัน จนเขาสามารถบังคับสไตรค์ต่อสู้กับหุ่นจินน์ของซาฟท์ได้ เพื่อปกป้องเพื่อนๆของเขา และหาหนทางยุติสงครามครั้งนี้
ลูกเรืออาร์คแองเจิ้ล
คิระ ยามาโตะ (Kira Yamato)
เด็กหนุ่มโคออดิเนเตอร์ ผู้มีพ่อเป็นนักวิจัยในการสร้างโคออร์ดิเนเตอร์ แม่เป็น Natural ในขณะที่แม่ของคิระตั้งครรค์เป็นลูกแฝด พ่อของคิระได้นำตัวอ่อนออกมาหนึ่งคนและได้ปรับแต่งพันธุกรรมขณะที่พัฒนาอยู่จึงกลายเป็นสุดยอดโคออร์ดิเนเตอร์ซึ่งแฝดอีกคนก็มิได้ตายไปยังคงพัฒนาตัวเองอยู่ในครรค์และกลายเป็น คางาริ แต่ในตอนนั้นกำลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายพี่น้องคู่นี้จึงต้องแยกจากกันโดยที่คิระได้ถูกฝากเลี้ยงกับครอบครัวยามาโตะและคางาริได้ถูกฝากเลี้ยงไว้กับผู้นำของออร์บ เดิมเคยอยู่ที่แพลนท์เป็นเพื่อนสนิทกับอัสรัน ต่อมาย้ายมาอาศัยอยู่ใน ออร์บ (ORB) ภายหลังได้รู้ว่าคางาริเป็นพี่สาว(แผนที่ความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างเป็นทางการนั้นเขียนเป็นพี่สาวและน้องชาย)ที่เกิดจากสายเลือดเดียวกัน ประเทศเป็นกลางที่ไม่มีนโยบายกีดกันเหล่าโคออดิเนเตอร์ มีนิสัยค่อนข้างเฉยเมยต่อสิ่งรอบข้าง ทั้งที่เป็นคนเก่ง แต่ไม่เคยเอาจริงเอาจัง เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่ชอบทำสงครามแต่กลับต้องบังคับโมบิลสูท GAT-X105 สไตรค์ เพราะสถานะการณ์บังคับจากการที่เขาไปแก้ไขระบบปฏิบัติการของกันดั้ม ทำให้มนุษย์ธรรมดา(Natural) ไม่สามารถบังคับได้ และเหนืออื่นใดคือเขาอยากปกป้องเพื่อน
เมื่อยานอาร์คแองเจิ้ลลงมายังโลก ก็ได้รับการติดต่อจากคางาริ ยูระ อัสฮา ซึ่งในตอนนั้นปิดบังฐานะของตัวเองอยู่ และมุ่งหน้าเดินทางสู่ออร์บ เพื่อทำการซ่อมบำรุงที่มอร์เก้นเรท แต่หน่วยทหารที่นำโดยอัสรันก็แอบตามมาจนเกิดการต่อสู้อย่างหนัก สไตรค์ของคิระ และอีจิสของอัสรันก็ต่อสู้กันจนจมไปทั้งสองเครื่อง คิระถูกสรุปว่า M.I.A. (Missing In Action) แต่จริงๆ แล้วเขาได้รับการช่วยเหลือจากสังคราชมาคิโอ ให้ไปพักรักษาตัวอยู่กับ ลักส์ ไคลน์ และเมื่อคิระได้ทราบข่าวการบุกโจมตีฐานโจชัวร์ เขาจึงต้องการต่อสู้อีกครั้งเพื่อปกป้องเพื่อนๆ และเพื่อสู้กับศัตรูตัวจริงของสงครามครั้งนี้ ลักส์ จึงให้ความช่วยเหลือด้วยการลอบพา คิระ มาที่โรงเก็บ ZGMF-X10A ฟรีด้อม หุ่นรุ่นใหม่ 1 ใน 2 เครื่อง ของซาฟท์ที่ใช้ข้อมูลของฝ่ายสหพันธ์โลกสร้างขึ้น และติดตั้ง N-Jammer Canceler เพราะฟรีด้อมใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ คิระจึงขึ้นบังคับฟรีด้อมกันดั้มมุ่งหน้าสู่โลก เขาสามารถช่วยป้องกันยานอาร์คแองเจิ้ลที่ฐานโจชัวร์ได้สำเร็จ คิระกลับเข้าประจำยานอาร์คแองเจิ้ลอีกครั้ง โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะไม่เปิดเผยเทคโนโลยีของฟรีด้อมเด็ดขาด หลังการต่อสู้อันหนักหน่วงกับหุ่นรุ่นใหม่ 3 เครื่อง ของกองทัพสหพันธ์โลก และได้รับการช่วยเหลือจากจัสติสของอัสรัน แต่เกาะของสาธารณรัฐออร์บก็ยังถูกทำลาย คิระจึงออกสู่อวกาศอีกครั้งเพื่อทำศึกตัดสินกับกองทัพซาฟท์ เขาได้พบความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวเขาเองและแผนการที่แท้จริงของราอูล จนถึงการต่อสู้ในศึกสุดท้ายที่ยาคินดูเอ้ คิระก็สามารถล้มราอูลลงได้สำเร็จ อายุ 16 ปี สูง165ซ.ม.หนัก65กิโลกรัมในภาคซี้ด และ อายุ 18 ปี สูง170ซ.ม.หนัก58กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
เมอร์ริว ราเมียส (Murrue Ramius)
นายทหารหญิงแห่งสหพันธ์โลกสังกัดกองกำลังภาคพื้นแอตแลนติก ที่รับผิดชอบโปรเจกต์ G ดูแลการผลิตและทดสอบอยู่ที่เฮลิโอโพลิส เมื่อเกิดเหตุชิงหุ่นยนต์ทั้ง 5 เครื่อง เธอเห็นคิระยังติดอยู่ในโรงงานจึงต้องพาคิระขึ้นสไตรค์เพื่อจะหนีออกมา แต่ด้วยความที่เธอไม่เคยบังคับมาก่อน ทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับหุ่นจินน์ที่เข้ามาโจมตีได้ จังหวะเดียวกันคิระมองเห็นเพื่อนๆ กำลังวิ่งหนีอยู่ใกล้กับสไตรค์ คิระจึงแย่งคันบังคับจากเมอร์ริว และเข้าแก้ไขระบบปฏิบัติการและบังคับสไตรค์ต่อสู้จนเอาชนะจินน์ได้ เมอร์ริว ที่เห็น คิระ บังคับและสามารถแสดงประสิทธิภาพสไตรค์ออกมาได้มากกว่าการทดสอบ และระบบปฏิบัติการที่คิระแก้ไขไปนั้น พวกเนเชอรัลไม่มีทางจะใช้ได้ จึงจำเป็นต้องให้คิระเป็นนักบินของสไตรค์โดยปริยาย ภายหลังเธอได้รับตำแหน่งกัปตันยานอาร์คแองเจิ้ล โดยความเห็นของมู ลา ฟลาก้า เพราะแม้มูจะมียศสูงกว่า แต่ในภาวะสงครามเขาก็ต้องออกรบเหมือนกัน เมอร์ริว เป็นกัปตันที่ใจดีจนเกินไป ไม่เข้มงวดในระเบียบมากนัก แต่นั่นก็ทำให้ลูกเรือทุกคนเคารพเธออย่างจริงใจ เมอร์ริวนำยานอาร์คแองเจิ้ลออกจากกองทัพสหพันธ์โลกหลังจากที่ทราบถึงแผนที่ฐานทัพโจชัวร์ อลาสก้า และทำให้ยานอาร์คแองเจิ้ลมีจุดยืนเพื่อสันติภาพอย่างแท้จริง เธอมีผมสีน้ำตาล ได้เลื่อนยศเป็นร้อยเอกจากร้อยโท อายุ 25 ปี สูง170ซ.ม.หนัก63กิโลกรัมในภาคซี้ด และสูง170ซ.ม.หนัก50กิโลกรัม อายุ 27 ปีในภาคซี้ดเดสทินี่
มู ลา ฟลาก้า (Mu La Fraga)
"เหยี่ยวแห่งเอนดีเมียน" คือฉายาของเขา พันตรีมู ลา ฟลาก้า รับหน้าที่พานักบินของโปรเจกต์ G ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยจบใหม่ หรือ "ลูกเจี๊ยบ" มาส่งให้ที่ท่าจอดยาน แต่ก็เกิดเหตุชิงหุ่นยนต์ซะก่อน ทำให้นักบินเหล่านั้นเสียชีวิตกันหมด มูจึงขออนุญาตขึ้นยานอาร์คแองเจิ้ล และรับหน้าที่ช่วยเหลือด้านกำลังรบ โดยขับยานรบโมบิลอาเมอร์และเป็นคู่ปรับกับราอูลในสงคราม 11 เดือน เมื่อยานอาร์คแองเจิ้ลเดินทางมาถึงฐานโจชัวร์ มูได้รับคำสั่งให้ลงจากยานเพื่อรับหน้าที่ใหม่พร้อมกับนาทาล และเฟรย์ แต่เมื่อกองทัพใหญ่ของซาฟท์บุกโจมตี มูก็ได้พบกับข้อมูลที่ทางสหพันธ์โลกจะทำลายฐานนี้ทิ้งพร้อมกับกำลังส่วนหนึ่งรวมทั้งอาร์คแองเจิ้ลด้วย มูจึงรีบไปเตือนอาร์คแองเจิ้ล และเป็นเหตุให้เขากลับขึ้นยานอีกครั้ง และเปิดเผยความในใจที่เขามีต่อเมอร์ริว ภายหลังจากที่คิระขึ้นเป็นนักบินของฟรีด้อม มูก็รับช่วงเป็นนักบินของสไตรค์ต่อโดยใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ที่เนเชอรัลสามารถบังคับได้ ซึ่งคิระทำขึ้นให้กับมอร์เก้นเรทเพื่อใช้กับหุ่นแอสเทรย์ตอนนำอาร์คแองเจิ้ลไปออร์บ และในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ยาคินดูเอ้ มูบังคับสไตรค์เข้ารับโรเอนกรีนที่ยานโดมิเนี่ยนยิงใส่อาร์คแองเจิ้ล และมูได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายให้กับเมอร์ริวว่า "ฉันเนี่ยเป็นผู้ชายที่ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้จริงๆ เลยนะ" อายุ 28 ปี สูง 183 ซ.ม. หนัก 77กิโลกรัมในภาคซี้ดและ อายุ 30 ปี สูง 183 ซ.ม.หนัก 71กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
นาทาล บาจิรูล (Natarle Badgiruel)
ร้อยตรี นาทาล บาจิรูล หน่วยกองยานที่ 8เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง สังกัดสหพันธ์โลก หน่วยของเธอได้รับมอบหมายหน้าที่ลับสุดยอดให้นำยานรบอาร์คแองเจิ้ลจากมอร์เก้นเรด กลับมายังดวงจันทร์ แต่เกิดเหตุขโมยหุ่นยนต์ขึ้นเสียก่อน ท่าจอดยานถูกระเบิด แม้ตัวยานจะไม่ได้รับความเสียหายแต่ทางออกก็ถูกปิดไปแล้ว เธอจึงรวบรวมลูกเรื่อที่เหลือรอดจากการระเบิด และนำอาร์คแองเจิ้ลออกยานโดยยังไม่ได้ทำพิธีปล่อย สู่ภายในโคโลนีและได้พบกับ ร้อยโท เมอริว ราเมียส พร้อมกับ คิระ ยามาโตะ เธอมอบตำแหน่งกัปตันให้เมอริว ราเมียส ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนที่รู้จักยานลำนี้เป็นอย่างดีน่าจะออกคำสั่งได้ดีกว่า ส่วนตัวเธอรับหน้าที่ C.I.C (Combat Information Center) ซึ่งทำหน้าที่สั่งการโจมตีทุกชนิดให้กับยาน อาร์คแองเจิ้ล ซึ่งคำสั่งของเธอถือเป็นสิทธิ์ขาดโดยไม่ต้องผ่านกัปตัน และในบางครั้งความคิดเห็นของเธอมักจะขัดแย้งกับกัปตันเมอริวอยู่บ่อยครั้ง เพราะความถูกต้อง(ทางการทหาร)ของเธอ กับความถูกต้อง (ทางด้านมนุษย์ธรรม)ของเมอริว มักจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน ภายหลังจากที่ยานอาร์คแองเจิ้ลเข้าประจำการที่ฐานทัพโจชัวร์ เธอลงจากยานอาร์คแองเจิ้ลเพื่อรับคำสั่งใหม่ และได้รับหน้าที่เป็น กัปตันยานรบ โดมิเนี่ยน ซึ่งเป็นยานรบชั้นอาร์คแองเจิ้ลเช่นเดียวกัน เธอได้เสียชีวิตหลังจากการสละยาน และตายไปพร้อมกับ มุลต้า อัสราเอล จากการยิงปืนใหญ่โรเอ็นกรินของยานอาร์คแองเจิ้ล นาทาล บาจิรูล นับว่าเป็นทหารที่มีความสามารถสูงมากคนหนึ่ง เพราะถ้าหากขาดเธอไป แองเจิ้ลคงไม่สามารถฝ่าฟันสถานะการณ์วิกฤติต่างๆ จากโคโลนี่จนลงมายังโลกได้อย่างแน่นอน อายุ 25 ปี สูง174ซ.ม.หนัก47กิโลกรัม
เฟรย์ อัสตาร์ (Flay Alstar)
ลูกสาวของรัฐมนตรีต่างประเทศสหพันธ์โลก เป็นลูกเรืออาร์คแองเจิ้ลด้วยสถานะการบังคับ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม คิระ, ไซ, ทอลล์, มิริอาเรีย, คาซึอิ คิระสนใจในตัวเธอ แต่เธอไม่สนใจ และตัวเธอเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ ไซ แต่ในการเผชิญหน้ากับกองยานของครูเซ่ ซึ่งบุกโจมตี กองยานสหพันธ์ที่พ่อของเฟรย์โดยสารมาด้วยนั้น ทำให้เธอต้องมองดูพ่อตายต่อหน้าต่อตา เธอคิดแค้นกล่าวหาคิระว่าไม่ตั้งใจสู้เพราะต้องสู้กับโคออดิเนเตอร์ด้วยกัน แต่หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเข้ามาตีสนิทกับคิระเพื่อหวังจะหลอกให้คิระต่อสู้จนต้องตาย เธอใช้คำพูดที่ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันให้คิระสู้เพื่อปกป้องคนอื่น จนกระทั่งคิระถูกแจ้งเป็น M.I.A. เธอจึงรู้สึกเสียใจ และลงจากยานพร้อมกับนาทาล เพื่อไปรับคำสั่งใหม่ แต่เมื่อฐานโจชัวร์ถูกโจมตี เธอก็ถูกครูเซ่จับตัวไป เพราะเสียงของครูเซ่นั้น ฟังเหมือนกับเสียงของพ่อเธอ เธอจึงค่อนข้างที่จะเชื่อฟังคำพูดของครูเซ่ ครูเซ่ใช้เธอเป็นเครื่องมือนำแปลนการผลิด N-Jammer Canceler ไปมอบให้กับฝ่าย Blue Cosmos สุดท้ายเธอก็กลายเป็นลูกเรือ ของยานโดมิเนี่ยน แต่แล้วเธอก็เสียชีวิตลงด้วยฝีมือของครูเซ่ โดยแม้คิระจะพยายามสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถช่วยเธอไว้ได้ เธอมีผมสีแดง อายุ 15 ปี สูง162ซ.ม.หนัก53กิโลกรัม
ไซ อาไกล์ (Ssigh Argyle)
คู่หมั้นของเฟรย์ และเป็นเพื่อนกับคิระ ช่วงแรกเขาดูเป็นเหมือนที่พึ่งทางใจของเฟรย์อย่างมาก จนกระทั่งเฟรย์เริ่มใกล้ชิดกับคิระ เขาก็เริ่มแคลงใจ และไม่เข้าใจเหตุผลที่ในสิ่งที่เฟรย์ทำ จนเมื่อคิระเห็นเขาทะเลาะกับเฟรย์ คิระจึงหลุดปากบอกความสัมพันธ์ของตนกับเฟรย์ ไซซึ่งกำลังช๊อค และคิดเอาเองว่าเฟรย์สนใจคิระเพราะเขาเป็นนักบิน จึงแอบเข้าไปในโรงเก็บสไตรค์ และพยายามจะบังคับกันดั้มด้วยตัวเอง แต่หุ่นก็ล้มไม่เป็นท่า เป็นเหตุให้เขาโดนจับขัง ในตอนท้ายไซก็อยู่ประจำการบนยานอาร์คแองเจิ้ลจนสิ้นสุดสงครามที่ยาคินดูเอ้ด้วย อายุ 16 ปี สูง170ซ.ม.หนัก63กิโลกรัม
ทอลล์ เกนิก (Tolle Koenic)
เพื่อนของคิระ และคนรักของมิลิอาเรียในตอนที่อาร์คแองเจิ้ลลงมายังโลกแล้ว ก็พยายามฝึกบินด้วยเครื่องฝึกหัดบินเสมือนจริง จนสามารถออกรบได้จริง โดยขับเครื่องสกายกลาสเปอร์ หลังจากได้รับเลือกเป็นนักบิน แต่ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของอัสรัน อายุ 16 ปี สูง163ซ.ม.หนัก59กิโลกรัม
มิริอาเรีย ฮาล์ว (Miriallia Haw)
"มิลลี่"คือชื่อเล่นของเธอ เธอเป็นคนรักของทอลล์ รับหน้าที่สื่อสารกับนักบิน บนยานอาร์คแองเจิ้ล เธอไม่เคยแคลงใจในตัวคิระเลย และคอยเป็นคนกลางในกลุ่มเพื่อนๆ เวลามีเรื่องทะเลาะกัน เธอเสียใจกับการตายของทอลล์เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้โทษว่าเป็นเพราะคิระ เมื่อดิอักก้าถูกจับเป็นเชลย มิลลี่ ก็คิดแค้นจนแอบลอบสังหารเขาตอนที่อยู่ในห้องพยาบาล แต่ก็ถูกห้ามไว้ได้ เธอใจเย็นลงตอนที่เอาอาหารไปให้ดิอักก้าที่ห้องขัง ซึ่งดิอักก้าอธิบายว่า คนที่ฆ่าทอลล์นั้นไม่ใช่เขา ดิอักก้าได้ช่วยคิระต่อสู้กับกองทัพสหพันธ์โลกที่ออร์บ ทำให้มิลลี่เริ่มมองดิอักก้าในแง่ดีขึ้น เธอ อายุ 16 ปี สูง159ซ.ม.หนัก52ก.ก.ในภาคซี้ดและ อายุ 18 ปี ในภาคเดสทินี่
คาสึอิ บัสเคิร์ก
เพื่อนในกลุ่มของคิระ เป็นคนที่ค่อนข้างขี้ขลาด และไม่ค่อยรักษาน้ำใจของคิระ โดยมักจะกล่าวพาดพิงโคออดิเนเตอร์ในทางเสียๆ หายๆ หรือไม่ก็บ่นน้อยใจที่เนเชอรัล ด้อยกว่าอยู่บ่อยๆ เป็นเพื่อนคนแรกในกลุ่มที่ขอปลดประจำการไปก่อนที่อาร์คแองเจิ้ลจะลงไปที่โลกแต่ก็ต้องตายไปพร้อมกับเฟรย์ อายุ 15 ปี สูง159ซ.ม.หนัก61.5กิโลกรัม
ดาริดา ลอลาฮา แชนโดร่า ที่ 2 (Dalida Roe Laha Chandora II)
แจ็กกี้ โทโนมุระ (Jackie Tonomura)
อาโนลด์ นอยแมน (Arnold Neuman)
โรเมโร พาล (Romero Pal)
โทรี่
หุ่นยนต์นกที่อัสรันสร้างให้กับคิระ ตอนที่อยู่แพลนท์ด้วยกัน
ฝ่ายแพลนท์
อัสรัน ซาล่า (Athrun Zala)
เพื่อนรักสมัยเด็กของคิระเข้าเป็นทหารของซาร์ฟเพราะแม่ของเขา(ลีนัวร์ ซาล่า)เสียชีวิตที่ยูนิอุสเซเว่น ได้เข้าประจำการกองทัพซาร์ฟในสังกัดหน่วยครูเซ่ ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาขโมยโมบิลสูทของสหพันธ์โลกที่นำมาเก็บไว้ที่เฮลิโอโพลิส(โคโลนี่ของออร์บ)เขาได้เจอกับคิระอีกครั้ง ในขณะที่เข้าไปชิงสไตรค์ อัสรันพยายามจะกล่อมให้คิระมาอยู่กับซาร์ฟ แต่คิระเลือกที่จะปกป้องเพื่อนๆ อัสรันบังคับหุ่น GAT-X303 อีจิส จึงต้องกลายเป็นศัตรูของเขาไปแล้ว เมื่อมายังโลกได้ติดเกาะและรู้จักกับคางาริ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ หลังจากที่ทอลล์ตายแล้ว อัสรันบังคับอีจิสจับกลางตัวสไตรค์แล้วระเบิดหุ่นทิ้ง สไตรค์เสียหายมากจนคิดว่าคิระตายไปแล้ว อัสรันกลับไปที่แพลนท์เพื่อบอกข่าวการตายให้ครอบครัวของนิโคลรู้ และขึ้นบังคับ ZGMF-X09A จัสติส เพื่อไล่ตาม ฟรีด้อม มาที่โลก จนเข้าช่วยเหลือคิระจากการโจมตีของหุ่นรุ่นใหม่ 3 เครื่องของสหพันธ์โลกที่ออร์บ และได้เจอกับคางาริ จนอัสรันเปลี่ยนใจเข้าร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลต่อสู้กับแพทริก ซาล่า พ่อของตน ในท้ายสุดจำต้องระเบิดจัสติสเพื่อทำลายเจเนซิส อายุ 16 ปี สูง170ซ.ม.หนัก63กิโลกรัมในภาคซี้ด และ อายุ 18 ปี สูง174ซ.ม.หนัก60กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
ลักส์ ไคลน์ (lacus Clyne)
"เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงของซาร์ฟ" ที่ประชาชนชาวแพลนท์รักและให้ความเชื่อถือเป็นอย่างมาก ลักส์เป็นลูกสาวของซีเกล ไคลน์ ประธานสภาแห่งซาร์ฟ ถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั่นกับอัสรัน มีบุคลิกเรียบร้อย นุ่มนวล อ่อนหวาน มีความเป็นผู้นำสูงและมีแนวคิดเพื่อสันติภาพ ทั้งยังสามารถวางแผนสร้างกลุ่มกำลังพิเศษภายในกองทัพซาร์ฟ แต่ในขณะนำยานไปยูนิอุสเซเว่นในวันครบรอบ วาเลนไทน์เลือด ถูกกองทัพโลกโจมตีเพราะไม่เชื่อว่ายานของเธอเป็นแค่ยานพลเรือน แต่สามารถขึ้นแคปซูลช่วยชีวิตหนีออกมาได้ จนคิระไปพบเข้าและนำกลับมายังอาร์คแองเจิ้ล ลักส์เข้าใจและเป็นห่วงในตัวคิระเป็นอย่างมาก ในท้ายที่สุดเป็นผู้นำยานเอเทอร์นอล ร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลและคุซานางิ เพื่อทำลายเจเนซิสและยุติสงครามในที่สุด อายุ 16 ปี สูง158ซ.ม.หนัก53กิโลกรัมในภาคซี้ดและ อายุ 18 ปี สูง160ซ.ม.หนัก46กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
ราอูล เลอ ครูเซ่ (Raww Le Klueze)
เป็นหัวหน้าของหน่วยครูเซ่ กองทัพซาฟท์ เบื้องหน้าเป็นหัวหน้าของพวกอัสรัน แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคือการทำลายมนุษย์ให้สูญสิ้น เพราะว่าเกลียดชังมนุษย์ที่กำเนิดเขาขึ้นมา ครูเซ่เป็นโคลนนิ่งของ อัล เดอ ฟลาก้า ผู้เป็นบิดาของ มู ลา ฟลาก้า ที่ ดร.ยูเรน ฮิบิกิ สร้างขึ้นมา ในสงครามครั้งสุดท้ายได้บังคับ ZGMF-X13A โปรวิเดนซ์ เข้าต่อสู้กับ ฟรีด้อม แต่พ่ายแพ้ในที่สุด อายุ 25 ปี สูง183ซ.ม.หนัก77กิโลกรัม
อิซาค จูล (Yzak Joule)
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน มีนิสัยใจร้อน ไม่ค่อยเชื่อฟังเพื่อนร่วมทีมเท่าไหร่ เป็นคู่แข่งของอัสรัน อิซาคบังคับ GAT-X102 ดูเอล และในศึกครั้งหนึ่ง อิซาคโดนมีดของ สไตรค์ จึงทำให้เกิดรอยแผลที่หน้าและแค้นนักบินสไตร์คมาก แต่ในที่สุดก็เข้าร่วมกับฝ่ายอาร์คแองเจิ้ลในสงครามที่ยาคินดูเอ้ อายุ 16 ปี ในภาคซี้ดสูง175ซ.ม.หนัก66กิโลกรัมและอายุ 18 ปี สูง177ซ.ม.หนัก56กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
ดิอัคก้า เอลส์แมน (Dearka Elthman)
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน สนิทกับอิซาค เป็นผู้บังคับ GAT-X103 บัสเตอร์ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ คิระยิงบัสเตอร์ตกและดิอัคก้าถูกจับเป็นเชลยในยาน และช่วยอาร์คแองเจิ้ลต่อสู้กับสหพันธ์โลกที่เข้าโจมตีออร์บ จนถึงสงครามที่ยาคินดูเอ้ อายุ 16 ปี ในภาคซี้ดสูง176ซ.ม.หนัก67.5กิโลกรัมและ อายุ 18 ปี สูง180ซ.ม.หนัก58กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
นิโคล อามาลฟี่ (Nicol Amarfi)
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน สนิทกับอัสรัน เป็นผู้บังคับ GAT-X207 บลิทซ์ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ หลังจากที่บัสเตอร์ตก สไตรค์ที่ต่อสู้กับอีจิสอยู่ นิโคลจึงบังคับบลิทช์เข้าโจมตีแต่กลับถูกสไตรค์ฟันเข้า เสียชีวิตทันที อายุ 15 ปี สูง165ซ.ม.หนัก61.5กิโลกรัม
รัสตี้ แมคเคนซี่ (Rusty Macancy)
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน เสียชีวิตตั้งแต่ตอนเข้าโจมตีเฮลิโอโพลิส อายุ 17 ปี
มิเกล ไอแมน (Miguel Aiman) นักบินหน่วยซาร์ฟอายุ 19 ปี แต่เขาตายเพราะถูกสไตรค์ของคิระสังหาร
แพทริก ซาล่า (Patrick Zala)
ผู้นำแพลนท์ เป็นพ่อของ อัสรัน เป็นผู้ที่เคียดแค้น เนเชอรัล จากเหตุการณ์ โศกนาฏกรรมยูนิอุสเซเว่น ซึ่งทำให้เสียภรรยาไป จึงต้องการทำลายเนเชอรัลให้สิ้นซาก และเปลี่ยนแผนที่จะโจมตีฐานทัพปานามาเป็นฐานทัพโจชัวร์ อลาสก้าแทน ท้ายสุดเสียชีวิตที่ยาคินดูเอ้ อายุ 48 ปี
ซีเกล ไคลน์ (Sigel Clyne)
ประธานสภาแห่งซาร์ฟ บิดาของลักซ์ ถูกทหารซาร์ฟยิงตายหลังจากที่คิระนำฟรีด้อมไปได้ไม่นาน อายุ 49 ปี
แอนดรูว์ วอลท์เฟลด์ (Andrew Waltfeld)
"เสือแห่งทะเลทราย" อดีตผู้บัญชาการภาคพื้นแอฟริกา หลังจากบาคูที่ขับโดนคิระจัดการ โดยตนเองไม่ตายเพียงเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่ภรรยาของเขา(ไอช่า)ตาย ภายหลังมารับตำแหน่งกัปตันยาน เอเทอร์นอล ให้กับกองกำลังของลักซ์ อายุ 29 ปี ในภาคซี้ดสูง181ซ.ม.หนัก74กิโลกรัม และ อายุ 32 ปีในภาคเดสทินี่
'มัลโก้ โมราซิม' (Marco Morassim)
ผู้บัญชาการหน่วยโมราซิม ที่ฐานทัพคาเพนทาเรีย ได้ขับ ดีน ในการต่อสู้กับอาร์คแองเจิ้ลรอบแรกที่มหาสมุทรอินเดีย แล้วเสียท่าให้กับ สกายกลาสเปอร์ ของ มู ลา ฟราก้า รอบสองขับหุ่นที่ใช้ในทะเล โซโน ต่อสู้กับ อาร์คแองเจิ้ลอีกรอบ แล้ว จบชีวิตด้วย สไตรค์กันดั้ม ของ คิระ ยามาโตะ อายุ 29 ปี
ฝ่ายออร์บ
คางาริ ยูระ อัธฮา
ลูกสาวของอุซุมิ ผู้นำประเทศออร์บ เดินทางไปเฮลิโอโพลิสเพื่อสืบหาโครงการ G ได้พบและรับการช่วยชีวิตโดยคิระให้เดินทางกลับโลกอย่างปลอดภัย คางาริติดต่ออาร์คแองเจิ้ลให้มุ่งหน้าสู่ออร์บ แล้วร่วมเดินทางไปกับยานอาร์คแองเจิ้ลและได้พบกับอัสรัน ในการโจมตีของสหพันธ์โลกที่ออร์บ คางาริบังคับหุ่น MBF-02 สไตรด์รูจ ซึ่งเป็นหุ่นที่เหมือนกับสไตรค์ของคิระ แต่มีระบบเฟรสชิพต่างกัน หลังจากเดินทางสู่อวกาศพบกับอาร์คแองเจิ้ล คางาริรับรู้เรื่องกดดันของอัสรันและเห็นใจเค้าเป็นอย่างมาก ในท้ายสุดคางาริเข้าไปช่วยอัสรันไว้ในช่วงที่จะระเบิดจัสติสเพื่อทำลายเจเนซิส อายุ 16 ปี ในภาคซี้ดสูง162ซ.ม.หนัก54กิโลกรัมและ อายุ 18 ปี สูง164ซ.ม.หนัก48กิโลกรัมในภาคเดสทินี่
อุซุมิ นาระ อัธฮา
ผู้นำประเทศออร์บ และ เป็นพ่อบุญธรรมของ คางาริ เป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพสหพันธ์โลก และดำเนินนโยบายเป็นกลางจนได้พลีชีพตัวเองพร้อมกับประเทศ แต่ก่อนนั้นได้เรียกเหล่าคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลเข้าพบและฝากความหวังแห่งสันติภาพไว้กับพวกเค้าเหล่านั้น อายุ 46 ปี
เลโดนิล คิซากะ
องค์รักษ์คนสนิทของคางาริ เป็นผู้ที่ใกล้ชิดและคางาริไว้ใจมากที่สุด คอยช่วยเหลือคางาริตั้งแต่ปลอมตัวเข้าร่วมกับกองกำลังทะเลทรายเพื่อสู้กับเสือแห่งทะเลทราย และเป็นกัปตันบังคับยานคุซานางิ อายุ 25 ปี ในภาคซี้ดและ อายุ 27 ปี ในภาคเดสทินี่
เอริก้า ซิมมอนส์
หัวหน้าฝ่ายวิจัยและช่างเทคนิคของมอร์เกนเรทที่ออร์บ เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ G และการสร้างโมบิลสูท MBF-M1 M1แอสเทรย์ ทั้งยังเป็นผู้ทำรายงานความสามารถที่เรียกว่า SEED ในโคออดิเนเตอร์ของ คิระ ยามาโตะ อายุ 35 ปี ในภาคซี้ดสูง174ซ.ม.หนัก50กิโลกรัมและ อายุ 37 ปี ในภาคเดสทินี่
อาซางิ โค้ดเวล
นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้ อายุ 16 ปี
จูริ วู เนียน
นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้ อายุ 16 ปี
มายูระ ลาแบ็ท
นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้ อายุ 16 ปี
บลูคอสมอส
มุลต้า อัสราเอล
ชายที่เป็นผู้นำของบลูคอสมอส อยู่ประจำยาน โดมิเนี่ยน พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะและทำลายโคออร์ดิเนเตอร์ให้หมดสิ้น อายุ 30 ปี สูง175ซ.ม.หนัก62กิโลกรัม
ออร์ก้า ซับแน็ค
หัวหน้าหน่วยของ CPU ที่มีชีวิต ขับ GAT-X131 คาลามิตี้กันดั้ม ชอบอ่านนิยายเวลาปกติ อายุ 19 ปี สูง173ซ.ม.หนัก65กิโลกรัม
โครโต บูเออร์
นักบินที่เป็น CPU มีชีวิต ขับ GAT-X370 เรดเดอร์กันดั้ม ชอบเล่นเกมเวลาปกติ อายุ 18 ปี สูง165ซ.ม.หนัก52กิโลกรัม
ชานี่ แอนดราส
นักบิน CPU มีชีวิตอีกคน มีผมสีเขียวอ่อน จะต้องรับประทานยาเป็นระยะ ขับ GAT-X252 ฟอร์บิดเดนกันดั้ม ชอบฟังเพลงเวลาปกติ อายุ 16 ปี สูง170ซ.ม.หนัก57กิโลกรัม
วิลเลียม ซูทเทอร์แลนด์
ผู้บัญชาการฐานทัพโจชัวร์ (JOSH-A) ที่อลาสก้า เป็นผู้ออกคำสั่งให้ อาร์คแองเจิ้ล อยู่เฝ้าฐานทัพเพื่อเป็นเป้าล่อกองทัพใหญ่ของซาฟท์ แล้วทำลายทิ้ง เป็นผู้สนับสนุน บลูคอสมอส
กันดั้ม
GAT-X105 สไตรค์ (Strike)
GAT-X303 อีจิส (Aegis)
GAT-X102 ดูเอล (Duel)
GAT-X103 บัสเตอร์ (Buster)
GAT-X207 บลิทซ์ (Blitz)
ZGMF-X10A ฟรีด้อม (Freedom)
ZGMF-X09A จัสติส (Justice)
GAT-X370 เรดเดอร์ (Raider)
GAT-X131 คาลามิตี้ (Calamity)
GAT-X252 ฟอร์บิดเดน (Forbidden)
MBF-02 สไตรค์รูจ (Strike Rouge)
ZGMF-X13A โปรวิเดนซ์ (Providence)
MBF-P01 กันดั้มแอสเทรย์โกลด์เฟรม (Gundam Astray Gold Frame)
MBF-P02 กันดั้มแอสเทรย์เรดเฟรม (Gundam Astray Red Frame)
MBF-P03 กันดั้มแอสเทรย์บลูเฟรม (Gundam Astray Blue Frame)
ZGMF-X12 กันดั้มแอสเทรย์เอ้าท์เฟรม (Gundam Astray Out Frame)
ZGMF-X11A รีเจเนอร์เรด (Regenerate)
ZGMF-X12A เทสตาเม้น (Testament)
โมบิลสูทของซาฟท์
ZGMF-1017 จินน์ (GINN)
ZGMF-515 ซี้ค (CGUE)
ZGMF-LRR704B จินน์ รุ่นลาดตะเวน|ZGMF-LRR704B จินน์ รุ่นลาดตะเวน (GINN Long Range Reconnaisance)
TMF/A-802 บาคู (BuCUE)
TMF/A-803 ลาโกว์ (LaGOWE)
TFA-02 ซูท (ZuOOT)
AMF-101 ดินน์ (DINN)
UMF-4A กูน (GOOhN)
UMF-5 โซโน่ (ZnO)
ZGMF-600 เกวซ (GuAIZ)
UWMF/S-1 จินน์ รุ่นลาดตะเวนใต้น้ำ|UWMF/S-1 จินน์ รุ่นลาดตะเวนใต้น้ำ (GINN WASP Type)
ZGMF/TAR-X1 จินน์ รุ่นลาดตะเวนอากาศ|ZGMF/TAR-X1 จินน์ รุ่นลาดตะเวนอากาศ (GINN Tactical Air Reconnaisance Type
TMF/S-3 จินน์ ออเชอร์|TMF/S-3 จินน์ ออเชอร์ (GINN OCHER Type)
YMF-01B จินน์ รุ่นฝึกหัด|YMF-01B จินน์ รุ่นฝึกหัด (Proto GINN/ZGMT-01 GINN Trainer)
YFX-600R เกวซ เอกซ์เพอร์ริเมนต์ท่าว ไฟร์อาร์ม (GuAIZ Experimental Firearms Type)
ZGMF-1017M จินน์ ไฮ แมนูเวอร์|ZGMF-1017M จินน์ ไฮแมนูเวอร์ (GINN High Maneuver Type)
AME-WAC01 ดินน์ รุ่นพิเศษ ติดตั้งอิเล็กโทรนิก (DINN Special Electronic Installation Type)
TMF/A-802 บาคู รพี-โหมด รุ่น แอนดริว วอลเฟลด์ (P-Mod.W BuCUE Waltfeld Custom Type)
TMF/TR-2 บาคู รุ่น สอดแนม (BuCUE Tactical Reconnaissance Type)
UTA/TE-6 กูน รุ่นทดสอบ (GOOhN Underground Mobility Test Type)
YF-3A จินน์ FEMWS|YF-3A (GINN FEMWS)
YFX-200 ซี๊ค ดี๊ฟ อาร์ม (CGUE DEEP Arms)
ZGMF-1017 จินน์ รุ่น ประดับยศ|ZGMF-1017 จินน์ รุ่น ประดับยศ (GINN Ceremonial Decoration Type)
ZGMF-1017 มิเกล ไอแมน จินน์|ZGMF-1017 มิเกล ไอแมน จินน์ GINN Miguel Aiman Custom)
โมบิลสูทของสหพันธ์โลก
GAT-01 สไตรค์แด๊กเกอร์ (Strike Dagger)
GAT/A-01E2 บัสเตอร์แด๊กเกอร์ (Buster Dagger)
GAT-01A1 แด๊กเกอร์ (Dagger)
GAT-01D ลองแด็กเกอร์ (Long Dagger)
GAT-01D1 ดูเอลแด็กเกอร์ (Duel Dagger)
GAT-333 เรดเดอร์ร่างสมบูรณ์ (Raider Full Spec)
GAT-706S ดี๊ป ฟอร์บิดเด้น (Deep Forbidden)
GAT-X133 ซอร์ด คาลามิตี้ (Sword Calamity)
GAT-X255 ฟอร์บิดเด้น บลู (Forbidden Blue)
โมบิลสูทของออร์บ
MBF-M1 เอ็มวันแอสเทรย์ (M1 Astray)
MBF-M1 เอ็มวันเอแอสเทรย์ (M1A Astray)
ฝ่ายสหพันธ์โลก
ยานชั้น เดร็ก
ยานชั้น เนลสัน
ยานชั้น อามาเกม่อน
ยานชั้น อาร์คแองเจิ้ล
ฝ่ายซาฟท์
ยานชั้น นาสก้า
ยานชั้น ลอราเซีย
ยานชั้น เลเซปส์
ทีมงาน
ผู้สร้าง - โยชิยูกิ โทมิโนะ, ฮาจิเมะ ยาทาเตะ
ผู้เขียนบท - จิอากิ โมโรซาวะ
ออกแบบตัวละคร - ฮิซาชิ ฮิราอิ
ออกแบบหุ่นยนต์ & เครื่องจักร - คุนิโอะ โอคาวาระ, คิมิโทชิ ยามาเนะ
ดนตรีประกอบ - โทชิฮิโกะ ซาโต้
กำกับศิลป์ - ชิเงมิ อิเคดะ
ควบคุมการบันทึกเสียง - ยาสุโอะ อุรางามิ
ผู้กำกับ - มิตสึโอะ ฟุคุดะ
ผลิตแอนิเมชัน - ซันไรส์
รายชื่อตอน
ในการนับจำนวนตอนของเรื่องจะถูกเรียกว่า เฟซ-... (PHASE-00) ตามด้วยจำนวนเลข
หมายเหตุ
- ในวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ และ วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 รายการช่อง 9 การ์ตูน ได้ออกอากาศรีรัน โมบิลสูท กันดั้มซี๊ด เฟซที่ 39 และ เฟซที่ 40
-ในวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566 รายการช่อง 9 การ์ตูน ได้ออกอากาศ โมบิลสูท กันดั้มซี้ด เฟซที่ 47 และ เฟซที่ 48 ในวันเดียวกัน และ วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 รายการช่อง 9 การ์ตูน ได้ออกอากาศ โมบิลสูท กันดั้มซี้ด เฟซที่ 49 และ เฟซที่ 50 ในวันเดียวกัน โดยการตัดเนื้อหาไปบางส่วน เพื่อเร่งรัดให้จบ เพราะว่า จะออกอากาศ โมบิลสูท กันดั้มซี้ดเดสทินี ที่จะออกอากาศ ตอนแรก ใน วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566 ตามกำหนดการรายการช่อง 9 การ์ตูน
เนื้อหาส่วนนี้มาจากบทความ "โมบิลสูทกันดั้ม SEED" ในวิกิพีเดีย (th.wikipedia.org) เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 (creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0) มีการตัดส่วนอ้างอิงและจัดรูปแบบใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mobile Suit Gundam SEED
Mobile Suit Gundam SEED มีกี่ตอน?
Mobile Suit Gundam SEED มีทั้งหมด 100 ตอน รวม 2 ซีซัน สถานะปัจจุบัน: จบแล้ว
Mobile Suit Gundam SEED ฉายวันไหน?
Mobile Suit Gundam SEED เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 5 ตุลาคม 2545
Mobile Suit Gundam SEED ดูได้ที่ไหน?
ในประเทศไทยรับชม Mobile Suit Gundam SEED แบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Crunchyroll
หมวดแนะนำ: ซีรีย์ใหม่น่าดู · เรื่องถัดไป: Bamboo Blade
ซีรี่ย์ที่คล้ายกับ Mobile Suit Gundam SEED
★ 7.9โมบิลสูท กันดั้มวิง (1995)
★ 7.7Mobile Suit Gundam 00 โมบิลสูท กันดั้มดับเบิลโอ (2007)
จบแล้ว 43 ตอน★ 7.9Mobile Suit Gundam (1979)
จบแล้ว 24 ตอน★ 8.5DARLING in the FRANXX สงครามบุปผาจักรกล (2018)
★ 7.3Mobile Suit Gundam ZZ (1986)
★ 7.3Mobile Suit Gundam Unicorn RE:0096 โมบิลสูท กันดั้ม ยูนิคอร์น RE:0096 (2016)
จบแล้ว 50 ตอน★ 7.9Mobile Suit Zeta Gundam (1985)
จบแล้ว 27 ตอน★ 8.2Gurren Lagann อภินิหารหุ่นทะลวงสวรรค์ กุเร็นลากันน์ (2007)
จบแล้ว 50 ตอน★ 7.5Mobile Suit Gundam: Iron-Blooded Orphans โมบิลสูทกันดั้ม ไอออนบลัด ออร์แฟนส์ (2015)
จบแล้ว 24 ตอน★ 7.5Mobile Suit Gundam: The Witch from Mercury โมบิลสูท กันดั้ม แม่มดจากดาวพุธ (2022)
★ 6.8TIGER & BUNNY ไทเกอร์แอนด์บันนี่ (2011)
จบแล้ว 49 ตอน★ 7.5